ศิลปะส่องทางให้แก่กัน จากเรื่องราววรรณกรรม อาลี และ นีโน่ (Ali and Nino) โศกนาฏกรรมแห่งความรัก มาสู่ งานประติมากรรมยักษ์ ตั้งตระหง่าน เด่นเป็นสง่า ริมชายทะเล ประเทศจอร์เจีย แรงบันดาลใจส่งผ่านจากสิ่งหนึ่งไปสู่อีกสิ่งหนึ่ง ไหลเวียนผ่านอารมณ์ความรู้สึก ก่อนถูกสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างน่าทึ่ง ทั้งสองสิ่งมาเกี่ยวข้องกันได้อย่างไร?

งานประติมากรรมยักษ์ รูปทรงชายหญิง เคลื่อนเข้าหากัน

(Credit: https://s-media-cache-ak0.pinimg.com)

ด้วยรูปทรงของมนุษย์ ผู้ชายและผู้หญิง ที่ทำด้วยโลหะ สูง 8 เมตร (26 ฟุต) เป็น งานประติมากรรมยักษ์ ที่สร้างสรรค์โดยศิลปินหญิง ที่ชื่อว่า  Tamara Kvesitadze  ผลงานชิ้นนี้มีชื่อว่า Man and Woman เป็นชื่อที่เรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยเรื่องราวของความรักความพลัดพราก ระหว่างเด็กชายมุสลิม อาลี (Ali) กับเจ้าหญิงจอร์เจีย นีโน่ (Nino) เป็นนวนิยายที่มีชื่อเสียงอย่างมากเรื่องหนึ่ง ซึ่งถูกประพันธ์ขึ้นตั้งแต่ ค.ศ.1932 โดย Kurban  Said  นักเขียนชาวอาเซอร์ไบจัน กับบทสรุปความรักที่ต้องแยกจากกัน จากเหตุการณ์การรุกรานของสหภาพโซเวียตในตอนนั้น

งานประติมากรรมยักษ์รูปทรงชายหญิงเคลื่อนเข้าหากัน

นิยายบอกเล่าเรื่องราวความรัก ความพลัดพราก ระหว่าง อาลี (Ali) กับเจ้าหญิงจอร์เจีย นีโน่ (Nino) ที่มีชื่อเสียงอย่างมาก

ทามาร่า (Tamara) สร้าง งานประติมากรรมยักษ์ นี้ขึ้นมาจากแรงบันดาลใจ ที่มีต่อนวนิยายเรื่องดังกล่าว ผลงานชิ้นนี้ถูกออกแบบในปี 2007 และได้ถูกนำมาติดตั้งเมื่อ 2010 งานประติมากรรม สุดอลังการชิ้นนี้ ได้แสดงให้เห็นความอลังการของรูปทรงผู้ชายและผู้หญิงซึ่งก็เป็นตัวแทนของ Ali และ Nino ที่ทำขึ้นจากโครงสร้างโลหะ  ตั้งโดนเด่นอยู่ริมชายหาด เป็นที่สะดุดตากับผู้ที่มาเยือน แต่ที่พิเศษกว่านั้น คือตัว งานประติมากรรม ชิ้นนี้  ยังมีความน่าสนใจตรงที่รูปทรงของผู้ชายและผู้หญิง จะเคลื่อนที่เข้าหากัน ทีละนิดทีละนิด ทำให้เคลื่อนเป็นลักษณะเหมือนคนจูบกัน ต่อจากนั้นก็เคลื่อนเข้าหากันอีก  เป็นลักษณะคล้ายกับคนกำลังกอดกัน  และในท้ายที่สุดประติมากรรมดังกล่าวก็จะเคลื่อนที่ทะลุผ่านกันไปในทิศทางที่ตรงกันข้ามกัน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความพลัดพรากในตอนท้าย เฉกเช่นเดียวกับเนื้อหาของเรื่องราวในวรรณกรรม

งานประติมากรรมยักษ์รูปทรงชายหญิงเคลื่อนเข้าหากัน

(Credit: http://www.galeriekornfeld.com)

การเคลื่อนที่ของ งานประติมากรรมยักษ์ ดังกล่าว กินเวลาประมาณ 10 นาที  จึงจะเสร็จสมบูรณ์ งานประติมากรรมจะเริ่มเคลื่อนที่ทุกวันในช่วงเวลา 19.00 น. ซึ่งงานออกแบบประติมากรรมดังกล่าว ยังเป็นงานวิศวกรรมที่สร้างความน่าฉงนได้อีก เพราะโครงสร้างโลหะ มีความใหญ่โตของรูปทรงผู้ชาย และผู้หญิงสูง 8 เมตร จะต้องมีความแข็งแรงมาก ๆ แต่ทำไมถึงซ้อนผ่านทะลุกันได้? นอกจากความสวยงามแล้ว วิธีการนำเสนอยังสร้างความประหลาดใจได้อย่างมาก กับผู้คนที่ไปรอชม

งานประติมากรรมยักษ์รูปทรงชายหญิงเคลื่อนเข้าหากันยามค่ำคืน

(Credit: http://img4.tourbina.ru)

ด้วยการตีความวรรณกรรมของ Tamara ออกมาเป็นสิ่งนี้ จึงทำให้ชายหาดดังกล่าวกลายเป็นที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม ชายหาดที่อบอวลไปด้วย ความเศร้าความรักที่ไม่สมหวัง ยิ่งในตอนกลางคืน งานประติมากรรมจะเปิดแสงไฟ ช่วยส่งอารมณ์ให้กับผู้คนที่ต่างมา เพื่อซึมซับบรรยากาศและมีประสบการณ์ ในการชมงานศิลปะ

Man and Woman_Beach

(Credit: http://i.ytimg.com)

นอกจากความชื่นชมที่มีต่อผลงานศิลปะดังกล่าวแล้ว ผมเองยังชื่นชมในความคิด ที่ศิลปินต่อยอดงานสร้างสรรค์จากวรรณกรรมที่มีชื่อเสียง สู่งานประติมากรรมที่สร้างความน่าสนใจ ไปสู่การสร้างสถานที่ท่องเที่ยว ที่เป็นที่ประทับใจ กับผู้คนที่ได้เดินทาง แนวคิดนี้เชื่อมต่อคุณค่าทางศิลปะ สุนทรียะจากพื้นที่ในหน้ากระดาษ สู่พื้นที่รูปทรงกว้างคูณยาวคูณสูง  สู่พื้นที่เวลาและสถานที่ เป็นการส่งต่อจากคนรุ่นก่อนสู่คนรุ่นต่อมาได้เป็นอย่างดีเลย  นี่เป็นตัวอย่างที่ดีของการพัฒนาศิลปะ ที่เป็นดั่งวลีสุดคลาสสิกที่ว่า ศิลปะส่องทางให้แก่กัน

 

 

รู้สึกยังไงกับบทความนี้
  • ไม่ไหวจะเคลียร์ (0)
  • บ้าไปแล้ว (1)
  • เฉย ๆ (0)
  • กร๊าก (1)
  • สุดยอด (7)
  • ฟินเว่อร์ (1)