ขอบอกเลยว่าไม่ได้พาดหัวเรื่องโอเว่อร์เกินเหตุจริง ๆ นะจ๊ะ เพราะถ้าคุณเป็นสาวก สโลไลฟ์ จิบกาแฟดริป ชอบบรรยากาศชิล ๆ มีต้นไม้ใบหญ้ารายล้อมรอบตัวแล้วละก็ ต้องไม่พลาดร้านอาหารเก๋ ๆ เหล่านี้ที่ Staytalk ได้สรรหามาโดยเฉพาะ รับรองว่าไปแล้วมีติดใจ อยากไปรอบสอง รอบสาม แน่นอน…

1 : SEED RESTAURANT

สโล์ไลฟ์ กับร้านอาหารสไตล์มินิมัลลิสต์สุดแนว

การตกแต่งมาในคอนเซ็ปต์โรงนาสไตล์ยุโรป

สโล์ไลฟ์ กับร้านอาหารสไตล์มินิมัลลิสต์สุดแนว

เมนูอาหารเรียบง่าย เน้นการนำเสนอสุดประทับใจ

มาเริ่มที่ร้านแรกกันเลยกับร้าน SEED RESTAURANT (ซี๊ด เรสเตอรอนท์) ร้านอาหารในซอยพร้อมจิต ซึ่งคำว่า SEED เนี่ยมีความหมายว่าเมล็ดพันธุ์ ทางร้านต้องการจะสื่อถึงการเริ่มต้นปลูกสิ่งดี ๆ ที่จะกลายเป็นสิ่งใหม่ เหมาะมากเลยค่ากับการไปนั่งชิลรับปีใหม่ เมนูอาหารของที่นี่ก็เป็นไปแบบเรียบง่าย มินิมอล ๆ แต่ลูกค้ากลับมีความสุขทุกครั้งที่ได้รับประทาน เพราะไม่ว่าจะเป็นรสชาติอาหารอร่อยมากกก แถมการจัดจานก็สวยงามได้อีก ครบเครื่องทุกอย่างเลยจริง ๆ ส่วนการตกแต่งมาในคอนเซ็ปต์โรงนาสไตล์ยุโรป ส่วนด้านในตกแต่งด้วยไม้ผสมกับอิฐสีเทาขาว มีเชือกเส้นโตทำหน้าที่เชื่อมโยงทุกส่วนของร้านเข้าด้วยกัน และยังนำอุปกรณ์การเกษตรกับฟางแห้งมาตกแต่งอีกด้วย ให้กลิ่นไอคันทรี่นิดๆ ถือว่าเป็นร้านอาหารที่เหมาะแก่การผ่อนคลาย Slow Life ได้ดีที่นึงเลยล่ะค่ะ

2 : STORYLINE

สโล์ไลฟ์กับร้านอาหารสไตล์มินิมัลลิสต์สุดแนว

คาเฟ่และร้านอาหาร สไตล์ทันสมัย ชิว ๆ ผสมล็อฟท์

สโล์ไลฟ์กับร้านอาหารสไตล์มินิมัลลิสต์สุดแนว

เฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบมาอย่างดี เพื่อการนั่งทำงานหรือพูดคุยธุรกิจ

ร้านอาหารร้านที่สองนี่เหมาะมากเลยค่ะ สำหรับหนุ่ม ๆ สาว ๆ ที่อยากได้สถานที่ ที่ให้บรรยากาศที่เป็นกันเอง ราวกับนั่งอยู่หลังบ้าน พร้อมกับจิบกาแฟแก้วโปรดและทานอาหารจานอร่อยแล้วละก็ ต้องโดนร้านนี้เลย STORYLINE (สตอรี่ไลน์) การตกแต่งร้านมาในคอนเซ็ปต์ Life Style Café  ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองมาก ๆ ภายในร้านก็มีการรวม 3 สไตล์เข้าด้วยกัน ทั้ง Modern Style (แบบทันสมัย), Cozy Style (แบบสบาย ๆ) และ Loft Style (แนวอุตสาหกรรมนิวยอร์ค) มาผสมกันอย่างลงตัว แถมบนชั้นสองของร้านยังจัดเป็น Co-working space จัดเป็นพื้นที่ให้เช่านั่งทำงานระหว่างโต๊ะเพื่อความเป็นส่วนตัว แล้วขอบอกเลยว่าเฟอร์นิเจอร์อย่างโต๊ะเก้าอี้เนี่ยออกแบบมาสำหรับการนั่งทำงานโดยเฉพาะเลยนะ ดี๊ดีย์อ่ะ ส่วนเมนูของร้านก็มีทั้งกาแฟหอมกรุ่น ขนมหวานเอาไว้ทานคู่กัน และอาหารคาวก็มีให้เลือกหลากหลายสัญชาติเลยค่ะ เช่น สปาเก็ตตี้เสิร์ฟพร้อมเนื้อปูก้อนโต ซูชิโรลที่เอาใจคนรักแซลมอน แค่ชื่อเมนูก็รับรู้ได้ถึงความอร่อยโชยมาแต่ไกล เหมาะมากเลยค่ะสำหรับหนุ่ม ๆ สาว ๆ ที่ชอบคุยงานไป ทำอาหารไป เพราะร้านนี้เค้าออกแบบมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

3 : VANILLA CAFETERIA

สโล์ไลฟ์กับร้านอาหารสไตล์มินิมัลลิสต์สุดแนว

ตกแต่งสไตล์โรงอาหารเก๋ ๆ หรู ๆ

สโล์ไลฟ์กับร้านอาหารสไตล์มินิมัลลิสต์สุดแนว

เคร่งขรึม หรูหรา คลาสสิค

Vanilla Cafeteria (วานิลลา คาเฟ่ทีเรีย) เป็นหนึ่งในแบรนด์ร้านอาหารวนิลา คาเฟ่ ชื่อดังที่เรารู้จักกันดีแต่ที่ทำให้ร้านนี้โดดเด้งออกมาจากสาขาอื่น ๆ ก็คือ ร้านนี้มาในคอนเซ็ปต์ โรงอาหาร จ้าาา การตกแต่งภายในเลยดึงเอาเสน่ห์ความเคร่งขรึม หรูหราสไตล์คลาสสิกดูผู้ดี มาผสมผสานกับความโฉบเฉี่ยวทันสมัยของสไตล์โมเดิร์นยุคใหม่ แล้วไหนจะบวกกับการนำเสนอไอเดียแบบโรงอาหารอีก โอ้ย บอกได้เลยค่ะว่าดีงาม ส่วนเรื่องรสชาติอาหารและการตกแต่ง คงไม่ต้องบอกเนอะว่าเริ่ดแค่ไหน เพราะมีแบรนด์ VANILLA มาการันตีซะขนาดนี้ สั่งมากี่จานก็เกลี้ยงล่ะค่ะ สาวก สโลไลฟ์ คนไหนที่อยากจะลองทานอาหารในสไตล์โรงอาหารเก๋ ๆ หรู ๆ แนะนำเลยค่ะ ร้านนี้ถูกอกถูกใจชัวร์

4 : SMALL TALK CAFÉ & HANGOUT

สโล์ไลฟ์กับร้านอาหารสไตล์มินิมัลลิสต์สุดแนว

บรรยากาศร่มรื่น อิ่มท้อง อิ่มตา อิ่มปอด

สโล์ไลฟ์กับร้านอาหารสไตล์มินิมัลลิสต์สุดแนว

บรรยากาศสไตล์วินเทจผสมล็อฟท์

ถ้าใครกำลังมองหาสถานที่ชิค ๆ ไว้นัดเจอและพบปะสังสรรค์เพื่อนฝูง แล้วก็อยากได้ในบรรยากาศแบบที่ตกแต่งอย่างกิ๊บเก๋ สไตล์ลอฟต์นิด ๆ ผสมกับวินเทจหน่อย ๆ แนะนำที่นี่เลยค่ะ แหล่งแฮงค์เอ้าท์ย่านบางนา อย่างร้าน SMALL TALK CAFÉ & HANGOUT  (สมอลทอล์ค คาเฟ่แอนด์แฮงก์เอาท์) ซึ่งเมื่อมองมาจากหน้าร้านจะเห็นรถตู้สีเขียวจอดโดดเด่นมาก แถมใครที่รักต้นไม้เป็นชีวิตจิดใจ รับรองเลยว่ามาร้านนี้ไม่มีทางผิดหวังค่ะ เพราะตั้งแต่ทางเข้าไปจนถึงด้านใน ตกแต่งด้วยต้นไม้เต็มไปหมด ได้ทั้งออกซิเจน ทั้งโอโซนกันเต็มปอดหล่ะค่ะงานนี้ ส่วนอาหารของ Small Talk Café & Hangout จะเน้นเป็นอาหารจานเดียว เช่น สลัด สปาเกตตี้ ยำ เมนูข้าว แต่ก็ยังมีมุมกาแฟ และวาฟเฟิล ไว้ให้จิบและทานเล่น ชิล ๆ เพลิน ๆ อยู่เหมือนกันนะ ครบเครื่องในแบบที่ไม่ควรพลาดเลยล่ะค่ะ สำหรับ Small Talk Café & Hangout

5 : ROOM 111 OFFICE & CAFÉ

สโล์ไลฟ์กับร้านอาหารสไตล์มินิมัลลิสต์สุดแนว

คาเฟ่ และเซอร์วิสออฟฟิซ

สโล์ไลฟ์กับร้านอาหารสไตล์มินิมัลลิสต์สุดแนว

ฉีกแนวที่เน้นให้คนคุยกันจริง ๆ ไม่เน้นโซเชียลมีเดียร์

ใครที่อยากตัดตัวเองออกจากโซเชียล เร่เข้ามาร้านนี้เลยค่ะ ROOM111 OFFICE & CAFÉ  คาเฟ่สไตล์ใหม่ที่ฉีกแนวจากคาเฟ่เดิม ๆ ทั่วไป เพราะจะเน้นให้คนที่มาด้วยกันพูดคุย และมีปฏิสัมพันธ์กับคนตรงข้ามมากกว่าคนในโลกออนไลน์ เพราะในส่วนของคาเฟ่จะไม่มีปลั๊กไฟและระบบ Wi-Fi ค่ะ เรียกได้ว่าตัดขาดจากอินเทอร์เน็ตไปโดยสิ้นเชิง นี่สิถึงจะใช่คาเฟ่สำหรับชาวสโลไลฟ์ อย่างแท้จริง นอกจากนี้ทางร้านยังเป็น Co-Working Space เช่นเดียวกับร้าน STORYLINE เลยค่ะ แต่ร้านนี้จะทำจริงจังกว่าตรงที่มี Service Office (บริการให้เช่าออฟฟิซ) โดยมีให้เลือกทั้งแบบรายวัน รายเดือน ไปจนถึงรายปี กันเลยทีเดียว เก๋ไก๋มาก ๆ ใครเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าคิดงานไม่ออก สามารถนั่งพักเอนหลัง พร้อมเอนจอยกับกาแฟหอมกรุ่นทานคู่กับเบเกอรี่แสนอร่อย ดื่มด่ำกับรสชาติ และบรรยากาศแสนอบอุ่นตรงหน้า เพียงแค่นี้สมองก็โลดแล่นราวกับติด 4G ชัวร์ ๆ

6 : TOBY’S CAFÉ

สโล์ไลฟ์กับร้านอาหารสไตล์มินิมัลลิสต์สุดแนว

ตกแต่งสไตล์แสกนดิเนเวียร์

สโล์ไลฟ์กับร้านอาหารสไตล์มินิมัลลิสต์สุดแนว

เต็มไปด้วยมุมน่ารัก ๆ มากมายเหมาะกับคนชอบเซลฟี่

สำหรับร้านนี้เป็นอะไรที่ถูกใจคอ Selfie แน่นอน เพราะการตกแต่งโดดเด่นมาก ได้ไอเดียมาจากสถาปัตยกรรมทรงยุโรป ทำให้ที่นี่ดูแหวกและแตกต่างสุด ๆ ราวกับหลุดไปจิบกาแฟที่ต่างประเทศยังไงยังงั้นเลยก็ว่าได้ค่ะ ภายในร้านตกแต่งให้ดูสะอาดตาด้วยโทนสีขาว ผสานกับเสน่ห์ของงานไม้ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น โดยคุมโทนสีเฟอร์นิเจอร์ด้วยสีขาว ฟ้า เทา และน้ำตาลดูเข้ากันมาก ๆ เพิ่มความโปร่งให้ความรู้สึกสบายด้วยแสงธรรมชาติที่สอดผ่านช่องแสงจากเพดานและหน้าต่างบานใหญ่ เติมความสดชื่นอีกนิดด้วยไม้ประดับต้นเล็กต้นน้อยที่วางอยู่ทั่วร้าน ในส่วนของกาแฟวางใจได้เลยค่ะเพราะที่นี่เค้าคัดเมล็ดกาแฟมาอย่างพิถีพิถันแน่นอน พิเศษมากขึ้นไปอีก! เพราะที่นี่มีเมนู Brunch แบบออสเตรเลี่ยนสไตล์ด้วยนะคะ ที่สำคัญปรุงรสชาติด้วยเครื่องปรุงรสที่จะดึงเอารสชาติดั้งเดิมของวัตถุดิบมาไว้แบบเต็ม ๆ พร้อมกับการจัดจานที่รับรองว่าสวยไม่แพ้บรรยากาศในร้านแน่นอน ร้านนี้นอกจากจะได้ใช้ชีวิต Slow Life ที่ดูอินเตอร์แล้ว หนุ่ม ๆ สาว ๆ จะต้องสนุกกับการถ่ายภาพทุกมุมร้านอย่างแน่นอน

7 : THE THIRD PIG

สโล์ไลฟ์กับร้านอาหารสไตล์มินิมัลลิสต์สุดแนว

ร้านอาหารที่ได้รับแรงบันดาลใจการตกแต่งจากนิทานลูกหมูสามตัว

สโล์ไลฟ์กับร้านอาหารสไตล์มินิมัลลิสต์สุดแนว

การตกแต่งภายในเน้นโชว์โครงสร้างของอาคาร

นอกจากจะเอาอกเอาใจสาวกสโลไลฟ์แล้ว ยังจะได้อารมณ์ความเป็น Hipster กลับมาด้วยอีกต่างหาก สำหรับร้าน THE THIRD PIG พหลโยธิน 20 ร้านเท่ห์ ๆ ที่โชว์เสน่ห์ของโครงสร้างของอิฐซะส่วนใหญ่ เพราะได้แรงบันดาลใจมาจากนิทานวัยเด็กที่เราทุกคนต้องรู้จักแน่นอนค่ะ นั่นก็คือ ลูกหมู3ตัว (Three Little Pigs) นั่นเอง การตกแต่งภายในเน้นโชว์โครงสร้างของอาคาร โดยเฉพาะการดึงเอาเสน่ห์ของวัสดุ เช่น การกระเทาะผนังจนเห็นอิฐมอญที่ซ่อนอยู่ หรือการทุบผนังจนเห็นโครงเหล็ก รวมทั้งการนำไม้เก่ามาปิดเพดาน โดยตอกอย่างไร้ระเบียบ แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนบ้านในนิทานอย่างไงอย่างงั้น แล้วยังมีเตาผิงอิฐที่เป็นจุดเด่นทำให้ลูกค้าเข้าถึงว่า เนี่ยแหละคือบ้านของลูกหมูตัวที่สาม จากลูกหมูสามตัว ใครที่ชอบอ่านนิทานจะต้องอินมากแน่นอน และในส่วนของเมนูอาหาร ร้านนี้จะเน้นอาหารฟิวชั่นค่ะ โดยการนำเสน่ห์ของอาหารฝรั่งมาผสมผสานกับเสน่ห์ของวัตถุดิบไทย ๆ และมีค็อกเทลเป็นเครื่องดื่มเด่นของร้าน เหมาะมากค่ะสำหรับใครที่อยากจะแฮงเอาท์กับเพื่อนฝูงยามเลิกงาน พร้อมกับดื่มด่ำชีวิต Slow Life และวิถี Hipster

ขอขอบคุณภาพ: Taliw, roommag.com

รู้สึกยังไงกับบทความนี้
  • ไม่ไหวจะเคลียร์ (0)
  • บ้าไปแล้ว (0)
  • เฉย ๆ (0)
  • กร๊าก (0)
  • สุดยอด (0)
  • ฟินเว่อร์ (0)