เรื่องราวโฆษณาตัวหนึ่ง ทำให้ผมเกิดข้อสงสัย โดยมีเด็กชายที่มีรูปลักษณ์หน้าตาเป็นเหลี่ยมสันคม คล้ายก้อนลูกบาศก์ ปราศจากส่วนโค้งมน ผิดแปลกจากมนุษย์ทั่วไป จนเป็นเหตุให้ถูกเพื่อนเด็กนักเรียนในชั้น ล้อเลียนกลั่นแกล้ง  และการที่เขาเป็นแบบนั้น ทำให้สายตาของเขามองเห็นสิ่งต่าง ๆ ไม่เหมือนคนปรกติ เขาได้วาดสิ่งที่เขาเห็นออกมาเป็นรูปทรงเหลี่ยม แต่ทุกคนที่เห็นภาพวาดต่างก็ไม่ให้การยอมรับแม้กระทั่งเพื่อนหรือผู้หญิงที่เขาชอบ

เด็กชายเกิดความกดดันมาก จนทำให้เขาตัดสินในที่จะใช้ไม้ปั้นงานประติมากรรม มาขูดใบหน้าและร่างกายที่เป็นเหลี่ยมคม ให้มีความโค้งมนแบบเดียวกับมนุษย์คนอื่น ระหว่างที่กำลังจะเตรียมขูด ก็มโนภาพของตนเอง ที่มีรูปลักษณ์เหมือนกับคนอื่น ๆ ซึ่งจะทำให้เขาไม่พิเศษอย่างที่เขาเป็นอยู่ เขาจึงตัดสินใจยกเลิกความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง และเลือกที่จะเก็บหน้าตาและร่างกายแบบเดิมไว้ จนกระทั่งเขาได้เขียนภาพผู้หญิงแบบที่เป็นเหลี่ยมสันคมเช่นกัน จนกลับมีคนยอมรับได้และได้จัดแสดงในงานที่มีหัวข้อที่ว่า “ขอจงเชื่อในตัวคุณเอง” และในตอนจบก็มีตัวหนังสือ “อย่ากลัวที่จะแตกต่างขอจงเชื่อในตัวคุณเอง” ซึ่งเป็นโฆษณาที่ทำออกมาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่ได้ชม แต่กลับตั้งคำถามให้ผมสงสัยว่าถ้าเรามีรูปร่างแบบไหนก็ต้องวาดรูปออกมาแบบนั่นหรือปล่าว?

ีคิวบิสม์

รูปแบบเหลี่ยม ๆ สัน ๆ คม ๆ คล้ายลูกบาศก์ดังกล่าวก็เป็นรูปแบบลัทธิทางศิลปะที่มีชื่อว่าคิวบิสม์ (ค.ศ.1909 – 1914) โดยมีศิลปิน “ปาโบล ปิกัสโซ” เป็นผู้สร้างสรรค์

รูปแบบเหลี่ยม ๆ สัน ๆ คม ๆ คล้ายลูกบาศก์ดังกล่าวก็เป็นรูปแบบลัทธิทางศิลปะที่มีชื่อว่า”คิวบิสม์” (ค.ศ.1909 – 1914) โดยมีศิลปิน “ปาโบล  ปิกัสโซ” เป็นผู้สร้างสรรค์ด้วยแนวคิดที่ว่าโครงสร้างทางเรขาคณิตเป็นรากฐานของรูปทรงธรรมชาติทั้งมวล ศิลปะ”คิวบิสม์”ได้พยายามค้นหาแนวทางในการสร้างสรรค์โดยให้ความรู้สึกว่าภาพนั้นถูกสร้างขึ้นบนผืนผ้าใบมิใช่ลอกเลียนแบบวัตถุที่ตาเห็น และในขณะเดียวกันก็ปฏิเสธแนวคิดอิมเพรสชั่นนิส ที่ละเลยความสำคัญของรูปทรง  ศิลปะ”คิวบิสม์”เองก็มิใช่งานนามธรรมเพราะภาพยังคงมีเนื้อหาเรื่องราวอยู่ในแนวทางการสร้างสรรค์จึงเชื่อมโยงแนวคิดกับสายตาไว้ด้วยกัน  วิเคราะห์สิ่งที่เห็นลดทอนมวลและระยะภาพ เพื่อคงไว้ในปริมาตร

คิวบิสม์

ศิลปะคิวบิสม์ กลายเป็นแนวคิดที่สำคัญในวงการศิลปะ

อาจเป็นเพราะในยุคก่อนศิลปะ”คิวบิสม์” ได้มีการใช้กล้องถ่ายรูป การบันทึกความจริงจึงมิต้องผ่านผลงานของศิลปินเหมือนแต่ก่อน การคิดสร้างสรรค์ศิลปะจึงค่อนข้างจะตีบตัน  และศิลปะคิวบิสม์ก็ได้เปิดประตูบานนั้นออก ทำให้คิวบิสม์ กลายเป็นแนวคิดที่สำคัญในวงการศิลปะ

โฆษณาดังกล่าวก็ได้หยิบยืมศิลปะ”คิวบิสม์”เพื่อมาเป็นสัญลักษณ์แสดงความหมายของความแตกต่างในบุคคล โดยได้ถ่ายทอดเรื่องราวกึ่งจริงกึ่งเซอร์เรียลิสม์ ทำโฆษณาเจาะกลุ่มเป้าหมายกลุ่มคนที่มีรสนิยมทางศิลปะที่ดีที่จะสื่อสารด้วย เพื่อจะได้ซาบซึ้งความสำเร็จของพ่อหนุ่มหน้าเหลี่ยมตัวเหลี่ยมคนนี้ที่ได้รับการยอมรับจากคนรอบข้างเพราะความเชื่อมั่นในตัวเอง

คิวบิสม์

“ปาโบล ปิกัสโซ”

แม้ผมว่าจะเคยเห็นงานของ “ปาโบล  ปิกัสโซ” มาเพียงจากหนังสือเรียน และไม่รู้แน่ชัดว่าสายตาของเขาเวลามองวัตถุเป็นเช่นไร แต่ที่ผมรู้แน่ ๆ ปิกัสโซ มีร่างกายเหมือนกับคนทั่วไปไม่ได้เป็นเหลี่ยม ๆ สัน ๆ คม ๆ

 

รู้สึกยังไงกับบทความนี้
  • ไม่ไหวจะเคลียร์ (0)
  • บ้าไปแล้ว (1)
  • เฉย ๆ (0)
  • กร๊าก (0)
  • สุดยอด (1)
  • ฟินเว่อร์ (0)