วันศุกร์แห่งชาติทั้งที ผมนี่รีบอาสาทำหน้าที่ออกไปสำรวจร้านนั่งฟังเพลงที่มีดนตรีดี ๆ ทันที เพื่อมาแนะนำให้คนที่หาเพลงฟังหย่อนใจคลายอารมณ์ หลังออกตระเวนไปทั่วพระนครฯ ก็ได้มาหยุดอยู่ที่ร้านเล็ก ๆ นั่งฟังเพลงร้านหนึ่งตรงตีนสะพานบางลำพู ติดกับโรงจำนำบางลำพู หากไม่สังเกตเห็นก็อาจจะพลาดโอกาสที่จะได้ฟังเพลงดี ๆ เด็ด ๆ แต่ถ้าคุณสังเกตดี ๆ ก็จะเห็นห้องแถวเล็ก ๆ หนึ่งห้อง ที่มีชื่อร้านว่า Adhere the 13th Blues Bar แสงไฟเล็ก ๆ ที่หน้าร้าน กับบรรยากาศที่คึกคักด้วยคอดนตรีเพลงบูลส์ที่มายืนออเพื่อรอเข้าไปเสพดนตรี แม้ว่าร้านจะมีพื้นที่จำกัดไม่ใหญ่มากแต่บรรยากาศที่นี่เป็นกันเองมาก ๆ

แสงไฟเล็ก ๆ ที่หน้าร้าน กับบรรยากาศที่คึกคัก

แสงไฟเล็ก ๆ ที่หน้าร้าน กับบรรยากาศที่คึกคัก

ในร้านตกแต่งด้วยแผ่นเสียงเก่า ๆ รูปภาพนักดนตรีบูลส์ที่มีชื่อเสียงและงานศิลปะที่มีศิลปินหลาย ๆ ท่าน ใช้พื้นที่ผนังของร้านส่วนนี้เพื่อแสดงผลงาน ในขณะที่นักดนตรีก็เล่นดนตรีกันให้ชมเรียกได้ว่าใกล้ชิดมาก ๆ ที่นี่จึงเป็นสถานที่ในการพบปะสังสรรค์ของคนที่ชื่นชอบในเสียงเพลงอีกที่หนึ่งในกรุงเทพฯ ที่คุณต้องไม่พลาดที่จะมาเยือน

เพลงบูลส์เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก

นอกจากบรรยากาศน่ารักเป็นกันเองแล้ว จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของร้าน Adhere the 13th Blues Bar  ก็คงจะต้องเป็นดนตรีบูลส์ ที่บรรเลงขับกล่อมผู้คนที่แวะเวียนเข้ามา ที่นี่มีบทเพลงบูลส์หลากหลายตั้งแต่ระดับตำนานต่างประเทศ และวงบูลส์ของคนไทย วงที่มาเล่นก็มีทั้ง วงบางลำพูแบนด์  ซึ่งเป็นวงของเจ้าของร้าน พี่โป๊ง ดุลยสิทธิ์ สระบัว, วง yaminband, วง nakedsoul, เจ้าพ่อกีต้าร์เพลงบูลส์ของไทยอย่างชัย บูลส์ ก็มาเล่นที่นี่ และยังมีวงดนตรีที่เล่นในแนวบูลส์ หมุนเวียนเปลี่ยนเวรมาแจมกันอย่างไม่ขาดสาย  ว่ากันว่าที่ Adhere the 13th Blues Bar มักจะมีนักดนตรีบูลส์จากทั่วโลก walk in เข้ามาแจมในร้านอยู่บ่อยครั้ง เรียกได้ว่า เป็นจุดนัดพบของคนที่ชอบในดนตรีบูลส์ ระดับอินเตอร์อย่างแท้จริง

นักดนตรีเพลงบูลส์ผลัดเปลี่ยนกันมาแจมไม่ขาดสาย

นักดนตรีเพลงบูลส์ผลัดเปลี่ยนกันมาแจมไม่ขาดสาย

หลายท่านอาจไม่รู้จักที่มาของดนตรีบูลส์ ผมขออนุญาตเล่าให้อ่านคร่าว ๆ โดยย้อนไปช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ทาสชาวแอฟริกันที่ย่างก้าวเข้ามาสู่อเมริกาดินแดนแห่งเสรีภาพ พวกเขาได้นำศิลปะ, วัฒนธรรมเข้ามาเผยแพร่ จังหวะทำนองแห่งกาฬทวีปกับเครื่องดนตรีที่หาได้ง่ายของตะวันตกอย่างกีตาร์ ด้วยวิธีการที่เล่าหรือว่าร้องให้ฟังแบบปากต่อปากรุ่นต่อรุ่น ดนตรีชนิดนี้นั้นส่วนใหญ่เนื้อหาก็เป็นเรื่องของการบรรยายถึงความลำบากลำบน  ความทุกข์ระทมในชีวิตที่ต้องทำงานหนัก การบรรเลงดนตรีก็เพื่อเยียวยาจิตใจให้ยังคงอยู่ และมีกำลังต่อสู้ต่อไป และเมื่อเวลาล่วงเลยผ่านมากว่า 100 ปี จิตวิญญาณแห่งวิถีดนตรีนี้ก็ยังคงถูกส่งต่อกันมา

บรรยากาศเป็นกันเองมาก ๆ

บางคนมองว่าดนตรีบูลส์เศร้าดำดิ่ง บางคนก็ว่าหยาบกร้าน บางคนคิดว่าบูลส์เชย แต่ผมคิดว่า บูลส์เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก ยิ่งการได้มานั่งฟังเพลงบูลส์ที่ร้านที่มีนักดนตรีมาเล่นให้ดูใกล้ ๆ แจมกันสด ๆ คนดูก็เป่าปากได้อกได้ใจไปกับท่อนโซโล่สุดเจ๋ง ต้องบอกว่าการมาดูดนตรีสดอย่างใกล้ชิดแบบนี้มันได้อารมณ์จริง ๆ

พร้อมบริการอาหารและเครื่องดื่ม

พร้อมบริการอาหารและเครื่องดื่ม

หลังจากที่เสพดนตรีบูลส์จนอิ่มอารมณ์ดื่มด่ำก่ำไหม้ไปแล้ว ก็อย่าลืมสั่งอาหารและเครื่องดื่ม ที่นี่เขามีพร้อมให้บริการกัน เดี๋ยวจะฟังดนตรีเพลินจนลืมกินนะครับ ใครก็ตามที่ผ่านไปแถวย่านบางลำพู ไม่ควรพลาดไปเยือน

รู้สึกยังไงกับบทความนี้
  • ไม่ไหวจะเคลียร์ (0)
  • บ้าไปแล้ว (0)
  • เฉย ๆ (0)
  • กร๊าก (0)
  • สุดยอด (0)
  • ฟินเว่อร์ (0)