ดูเหมือนว่าข่าวการ “ฆ่าตัวตาย” ด้วยเหตุผิดหวังจากความรักของวัยรุ่นไทยนั้น เป็นเรื่องที่เราพบเห็นกันบ่อย แต่ไม่ได้อยู่ในความสนใจของสื่อมากนัก เมื่อเทียบกับข่าวของผู้มีชื่อเสียง อย่างเช่นช่วงสองวันที่ผ่านมา ไม่ว่าเราเปิดข่าวไปสื่อไหน เราก็พบแต่ข่าวเกี่ยวกับนักร้องนักดนตรีอินดี้ท่านหนึ่งที่ตัดสินใจ “ฆ่าตัวตาย” ด้วยการกระโดดลงมาจากคอนโดห้องพัก ด้วยสาเหตุที่ทางครอบครัวผู้ตายเปิดเผยว่า มาจากความผิดหวังในเรื่องความรัก และลักษณะเดียวกันเมื่อสักหนึ่งเดือนที่ผ่านมาก็มีข่าวนักแสดงสาวท่านหนึ่ง พยายามฆ่าตัวตายด้วยการทานยานอนหลับเกินขนาด สาเหตุจากความผิดหวังในความรักเช่นกัน แต่เนื่องจากเพื่อนมาพบทันเวลาจึงพาส่งโรงพยาบาล และรักษาทันท่วงที จนรอดชีวิตมาได้

ทำไม ฆ่าตัวตาย (4)

http://i.ytimg.com/vi/t_o_nWfH2Gw/maxresdefault.jpg

เราในฐานะผู้เสพข่าว เมื่อได้อ่านข่าวประเภทนี้ ก็เริ่มที่จะอดมานั่งคิดตามไม่ได้ว่าสาเหตุที่คน ๆ หนึ่งตัดสินใจ “ฆ่าตัวตาย” นั้นแท้จริงมันคืออะไร ปัญหามันใหญ่ขนาดที่ต้องปลิดชีพตัวเองเลยหรือ หรือว่ามันเจ็บปวดภายในจนทนไม่ไหวจริง ๆ? บางคนก็ตัดสินว่าเค้าคิดสั้น  แต่บางคนก็พยายามทำความเข้าใจว่าเค้าเหล่านี้อาจมีเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจเกินจะทนไหว แต่นั่นคือสาเหตุที่แท้จริงหรือ ? Staytalk ได้ทำการค้นคว้า หาข้อมูล และจัดอันดับ 6 สาเหตุ ทำไมคนบางคนถึงคิดอยาก “ฆ่าตัวตาย” มาให้เพื่อน ๆ ได้ลองศึกษากัน

  1. สาเหตุหลักที่หลายคนคงเคยได้ยินมาคือ ผลของ “ภาวะซึมเศร้า” – ผู้ที่อยู่ในภาวะนี้ จะมีอารมณ์อ่อนไหวมาก มีความอดทนต่ำ ต่อแรงกระทบกระเทือนด้านจิตใจ และมักจะมีความคิดว่าตัวเองไม่ดีพอ และคิดว่าทุกคนจะมีความสุขถ้าเค้าตายไป ภาวะซึมเศร้าอาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่สำหรับผู้ป่วย “ภาวะซึมเศร้า” นั้น เค้าจะติดกับห้วงอารมณ์นี้ตลอดเวลา อารมณ์ไม่นิ่ง ซึ่งเป็นผลมาจากการขาดเคมีประเภทหนึ่งในสมองคือสารเซโรโทนิน ซึ่งทำให้อารมณ์เหวี่ยง เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย มองโลกในแง่ร้าย ไปจนถึงเข้าข่าย “ภาวะซึมเศร้า” ถ้าคุณมีความรู้สึกอยากฆ่าตัวตายในบางครั้ง คุณควรรีบพบแพทย์ทันที หรืออาจเริ่มต้นที่ตัวเองด้วยการรักษาระดับเซโรโทนินให้คงที่ ด้วยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทางการแพทย์ได้พิสูจน์มาแล้วว่า หลังการออกกำลังกาย ร่างกายจะมีการหลั่งสารความสุขประเภทต่าง ๆ อย่างเข่น อะดรีนาลีน และเซโรโทนิน ออกมา อีกทั้งยังทำให้นอนหลับง่าย และขณะนอนหลับนี้เองกระบวนการในร่างกายจะเปลี่ยนสารอะมิโน เอซิดไปเป็นสารเซโรโทนิน ถ้าเราอดหลับอดนอน หรือนอนไม่พอเป็นระยะเวลานาน ๆ เรามีโอกาสเสี่ยงมากที่จะเข้าสู่ “ภาวะซึมเศร้า” อีกอย่างอาหารการกินนั้นก็สำคัญ ควรเลือกทานอาหารที่มีแคลเซียมและ Omega-3 สูง อย่างปลาทะเล ผลิตภัณฑ์นม ชีส น้ำมันเมล็ดแฟล็ก อัลมอนด์ ถั่วเหลือง หรืออาหารที่มีสารกลูต้าไทโอน ฯลฯ แต่ถ้าพยายามทำทุกวิถีทางแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรไปพบจิตแพทย์ทันที

    ทำไม ฆ่าตัวตาย (2)

    Credit: http://www.dreampositive.info/wp-content/uploads/2013/03/phoenix-by-deviantart.com_.jpg

  2. ป่วยจากโรคจิตเภท – จะมีอาการประสาทหลอน รู้สึกว่ามีเสียงในหัวที่บอกให้ฆ่าตัวตายอยู่ตลอดเวลา สำหรับผู้ป่วยประเภทนี้นั้น เค้าจะยอมรับฟังเสียงในหัวของเค้า และคิดว่าเสียงในหัวนี้เป็นตัวควบคุมชีวิตเค้า และเค้าก็ชอบที่จะเล่าให้คนรอบข้างฟังเกี่ยวกับเสียงในหัวของเค้าด้วย
  3. ผลข้างเคียงจากการใช้สารเสพติด หรือยาบางประเภท รวมทั้งแอลกอฮอล์ – ซึ่งเมื่อเสพมาก ๆ แล้วจะขาดสติ มีอารมณ์วู่วาม หุนหันพลันแล่น คนเหล่านี้ยามสร่างเมาจะรู้สึกผิดชอบชั่วดีกับสิ่งที่ทำไปตอนเมา
  4. ต้องการความช่วยเหลือจากปัญหาที่เค้ามีอยู่ แต่ไม่รู้จักวิธีร้องขอ – คนเหล่านี้มักจะเลือกวิธีการฆ่าตัวตายที่ไม่เสี่ยงมาก เค้ามักจะเชื่อว่า ยังไงเค้าก็รอด แม้เค้ากำลังพยายามฆ่าตัวตาย หลายคนพลาดตายไปจริง ๆ เพียงเพื่อต้องการเรียกร้องความสนใจ
  5. มีความเชื่ออย่างแรงกล้าเชิงปรัชญาว่าเค้าสมควรตาย – คนเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องป่วยจากสภาวะจิตใด ๆ แต่ส่วนมากจะป่วยจากโรคที่รักษาไม่ได้ และมีความเชื่อว่าเค้าคือเจ้าของชีวิตของเค้าเอง และต้องไม่ยอมแพ้กับชะตาชีวิต จึงตัดสินใจปลิดชีพตัวเอง เพื่อหยุดความเจ็บปวดจากร่างกาย
  6. ความรู้เท่าไม่ถึงการ – บางคนแอบเล่นอะไรแผลง ๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจ แล้วพลาดพลั้งปลิดชีพตัวเอง วิธีป้องกันสำหรับกลุ่มนี้คือการให้ความรู้ ความเข้าใจทำไม ฆ่าตัวตาย (1)

แผลจากการสูญเสียคนที่รักไป ด้วยวิธีการฆ่าตัวตายนั้นเจ็บปวดยิ่งนักสำหรับครอบครัว เพื่อน พี่น้อง ด้วยความรู้สึกสูญเสีย บวกกับความรู้สึกผิดว่าไม่สามารถมาห้ามเค้าไว้ได้ทันเวลา แต่ถ้าหากคุณทำความเข้าใจสาเหตุหลัก ๆ ที่คนรักของคุณตัดสินใจฆ่าตัวตายนั้น บางทีมันอาจจะเป็นตัวช่วยให้คุณทำใจได้เร็วขึ้นบ้างก็ได้ เพราะสภาวะบางอย่างที่เป็นผลมาจากเคมีในสมองนั้น อาจเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยพยายามเข้าใจ และทำใจยอมรับได้ยาก จึงปล่อยให้ปัญหาใหญ่โตขึ้นเรื่อย  ๆ จนสุดท้ายกลายเป็นความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการ “ฆ่าตัวตาย”

หากเราเรียนรู้วิธีสังเกตุสภาวะการต่าง ๆ ในร่างกายและจิตใจ และพยายามแก้ปัญหา ด้วยการเลือกกิน ออกกำลังกาย นอนหลับให้เพียงพอ สารเคมีในสมองอาจจะหลั่งได้เป็นปรกติ และสามารถขจัดความเครียดสะสม รวมไปถึงภาวะทางด้านประสาทแบบต่าง ๆ ได้

เหนือสิ่งอื่นใด เราควรมองว่าปัญหาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต มีพบ มีจาก มีขึ้น มีลง อย่าพยายามมองปัญหาเป็นตัวปัญหา หรือคิดว่าเราจะแก้ได้ทุกปัญหา เพราะความเป็นจริงแล้วปัญหาเป็นเรื่องธรรมชาติ และเราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน และรับมือกับมัน….

 

รู้สึกยังไงกับบทความนี้
  • ไม่ไหวจะเคลียร์ (4)
  • บ้าไปแล้ว (2)
  • เฉย ๆ (1)
  • กร๊าก (0)
  • สุดยอด (10)
  • ฟินเว่อร์ (1)