ต่อจากบทความแรก เรื่องของแรงบันดาลใจ วันนี้ STAYTALK ขอนำเสนอเรื่องของการลอกเลียนแบบ   อย่างที่บอกไว้แล้ว เราไม่ได้ต้องการพาดพิงหรือดิสเครดิตเพื่อสร้างความเสียหายแต่อย่างไร แต่อยากให้คนไทยเคารพและซื่อสัตย์กับอาชีพตัวเองมาก ๆ เพราะมันคือความภาคภูมิใจล้วน ๆ อย่างที่บอกว่า งาน”ก็อปปี้” คือการโจรกรรมทางด้านความคิดสร้างสรรค์ แม้แต่จะมียี่ห้อของตัวเอง หรือว่าจะ”ก็อปปี้”มาทั้งดุ้น มันก็เหมือนกันนั้นแหละ

จะว่าไปมันก็ง่ายมากในยุคปัจจุบัน ในยุคดิจิตัลที่สามารถหาอะไรได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว  เป็นยุคที่มีเสรีภาพในการใช้ความคิด การแสดงออกแบบไม่มีขอบเขตหรือการจำกัดความ เป็นยุคที่ง่ายในการค้นหา ไม่ว่าจะเป็น คอลเลคชั่นหน้า แบรนด์ไหน ออกอะไร สีไหน วัสดุอะไร ง่ายไปหมดที่จะก็อปปี้ผลงานของคนอื่น เราได้เคยคุยกับดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์หลาย ๆ คน และทุกคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ยังไม่ได้จะเริ่มวางขายเลย โดนก็อปอีกแหละ” คุณเข้าใจไหม ว่ามันเจ็บปวดแค่ไหนที่ทำงานอยากหนักหน่วงเพื่อสร้างสรรค์ผลงาน แต่ละอย่างมันช่างยากเย็นเสียเหลือเกิน แต่กลับโดนโจรก็อปปี้ผลงานและไอเดียไปอย่างไม่สนใจใครทั้งนั้น

เราเคยสอบถามดีไซเนอร์ไทยท่านนึงว่า “คุณมีแนวทางปัองกันการก็อปปี้ยังไง” เธอถอนหายใจยาวมาก แล้วเธอก็ตอบอย่างช้า เอือม ๆ เหนื่อย ๆ ว่า “ไม่มี” จับได้ฟ้องร้องกันไปก็เยอะ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี เลยเปลี่ยนความคิดใหม่ว่า “สินค้าเราคงเป็นที่นิยมและมีชื่อเสียงมาก” คิดเสียว่าเขาช่วยเราโปรโมตแบรนด์เพราะเราก็ยังมีฐานลูกค้าที่รักและสนับสนุนเราอยู่  และคงต้องเปลี่ยนและคิดให้เร็วไม่ให้พวกเขาเราได้ทัน

การ”ก็อปปี้” ลอกเลียนแบบนี้เป็นเรื่องยากและเป็นปัญหาระดับชาติยันระดับโลกเลยที่เดียว เป็นยุคที่ใคร ๆ ก็ตักตวงผลประโยชน์เข้าตัวเอง เราสามารถบอกได้เลยว่ามันเป็นเรื่องบั่นทอนจิตใจให้กับดีไซเนอร์ที่จะมาคิดและหาอะไรใหม่มาสร้างสรรค์ให้เรา อย่างดีไซเนอร์อีกท่านที่เคยบอกกับเราว่า ความเป็นจริงอันเจ็บปวดอีกอย่างคือ งานแฟชั่น วีค ที่ทางแบรนด์นำออกมาแสดงก่อนช่วงฤดูขายจริง นั้นมันคือสวรรค์ของโจรสลัดที่รอก็อปได้มาตักตวง ขโมยไอเดีย จดจ้องงานดีไซต์ ลวดลายและแพทเทริน แล้วนำไปผลิตและวางขายก่อนเจ้าของแบรนด์จริงเสียอีก

วันนี้เราขอนำเสนอ การก็อปปี้ สองแบบ แบบที่หนึ่งคือ คำว่า “ก็อปปี้ MIRROR” ไม่ว่าจะกี่ A (A แสดงระดับความเหมือนของจริง) ของมันปลอมยังไงมันก็ปลอมอยู่วันยังค่ำ ถึงแม้ว่ามันจะเหมือนกันอย่างกับส่องกระจก เพียงแค่ปรับนิด ๆ หน่อย ๆ เปลี่ยนสีก็ว่าไป

“ก็อปปี้ MIRROR”

“ก็อปปี้ MIRROR” ไม่ว่าจะกี่ A ของมันปลอมยังไงมันก็ปลอมอยู่วันยังค่ำ

เรามาดูฝั่งดีไซเนอร์แบรนด์ของไทยว่ามีแบรนด์ไหนที่โดนก็อปกันดูบ้าง มาเริ่มต้นกันที่แบรนด์ขายดีอย่างแบรนด์ Kloset ที่โดนก็อป ทั้งเสื้อผ้า ผ้าคลุมไหล่ ไล่ไปจนถึงเครื่องประดับ น่าเห็นใจดีไซเนอร์มากที่เห็นผลงานตัวเองอยู่เกลื่อนตลาด

08

KLOSET SUMMER HOLIDAY 2015 COLLECTION

แบรนด์ Sretsis คุ้น ๆ ไหม นี้ก็เป็นอีกแบรนด์ที่เห็นแล้วท้อแทนเลย คุณรู้ไหมกว่า 3 สาวเจ้าของแบรนด์นี้เขาจะมาถึงจุดนี้ได้เขาต้องผ่าฟันและแหนื่อยมาแค่ไหนกว่าที่จะมายืนได้ในจุดนี้ น่าเห็นใจอย่างมาก

Sretsis

STRETSIS

งานลอกเลียนแบบ (2)

แบรนด์ Disaya ก็หนีไม่พ้นเรื่องการโดนก็อป

milin 1

แบรนด์ Milin กับการเจองานก็อปแบบอลังการงานสร้าง ที่เกลื่อนบ้าน เกลื่อนตลาด

เคยเป็นกันไหมที่แบบ “ภูมิใจมากที่ได้ใช้ของจริง” บางคนอาจจะดูไม่รู้ แต่เรารู้พอ หรือสำหรับใครที่เถียงว่า “ชั้นนะมีรสนิยมแต่ไม่เปลืองเงินซื้อของจริงหรอก” คุณอาจจะพูดถูกแต่อย่างไงก็แล้วแต่ คุณจำเป็นที่จะต้องซื้อแต่แบรนด์ดัง ๆ เท่านั้นหรอ แบรนด์ไทยดี ๆ มีดีไซน์ก็เยอะไป อย่าเอาคำที่ว่า “ไม่มีเงิน” หรือ “เปลือง” มาเป็นข้ออ้างไปขโมยความคิด ผลงานคนอื่นเลย ส่วนคนที่คอยจ้องจะก็อปปี้ของคนอื่นมาขาย เลิกหาผลประโยชน์แบบง่าย ๆ สักทีเถอะ

รู้สึกยังไงกับบทความนี้
  • ไม่ไหวจะเคลียร์ (0)
  • บ้าไปแล้ว (0)
  • เฉย ๆ (0)
  • กร๊าก (0)
  • สุดยอด (1)
  • ฟินเว่อร์ (0)