สวัสดีชาว Staytalk จ้า ยุคนี้เราต้องยอมรับเลยค่ะว่าการขายของผ่าน Social Media โดยที่ไม่ต้องมีหน้าร้าน นั้นกำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก ด้วยความง่าย บวกกับการที่ไม่ต้องไปลงทุนเช่าหน้าร้านให้เงินสูญไป  เสียค่าที่ทุกเดือน ๆ หักลบกลบหนี้แล้วกำไรก็ได้ไม่ค่อยเท่าไหร่ แถมการขายผ่าน Social ยังทำควบคู่ไปกับการทำงานประจำได้ด้วย ทำให้มีร้านค้า Online ผุดขึ้นมากว่าหมื่นร้านในเวลาไม่นาน  วันนี้ Staytalk จะพาคุณไปพูดคุยกับอีกหนึ่งร้านค้า ที่มีจุดกำเนิดมาจากร้านค้า Online ที่ได้รับความนิยมมาก  อะไรที่ทำให้เค้าประสบความสำเร็จได้ ลองไปคุยกับเค้ากันเลย

ร้านที่ว่านี้มีชื่อเก๋ ๆ ว่า  “Ourphabet”   ที่ดัดแปลงมาจากคำว่า  “Alphabet” ที่แปลว่าตัวอักษรนั่นเองค่ะ เป็นร้านขายเสื้อยืดสุดเก๋  ที่เพิ่มลูกเล่นด้วยการเติมตัวอักษรภาษาอังกฤษที่บ่งบอกความเป็นตัวเองลงไปในเสื้อ เจ้าของแบ-รนด์คือ คุณชนานิษฐ์ สิริเทียนเธียรไชย หรือคุณเฟิร์น อายุ เพียง 23 ปีเท่านั้นเอง

Ourphabetดัดแปลงมาจากคำว่า "Alphabet" ที่แปลว่าตัวอักษร

“Ourphabet”ดัดแปลงมาจากคำว่า “Alphabet” ที่แปลว่าตัวอักษร

“จริงๆเป็นคนชอบใส่เสื้อยืดอยู่แล้ว ก็เลยคิดว่าอยากหารายได้เสริม อยากทำเสื้อที่มีคุณภาพออกมา ก็เลยได้ไอเดียอยากทำเสื้อเป็นตัวอักษรที่บ่งบอกความเป็นตัวเอง คิดว่าน่าจะเรียกลูกค้าได้มาก”

จากนั้นคุณเฟิร์นก็เริ่มทำแบรนด์ของตัวเองโดยมีแรงบันดาลใจจากแบรนด์ดังอย่าง  American Apparel  ที่ทำเสื้อ Screen ตัวอักษร คุณเฟิร์นคิดว่าการ Screen จะทำให้ตัวพิมพ์อยู่ไม่นานเวลาซัก เมื่อนำมาประยุกต์กับแบรนด์ Comme des garcons ที่ทำเป็นลักษณะของผ้าชิ้นแยกออกมาดูมีคุณภาพมากกว่า ก็เลยปิ๊งไอเดียที่จะนำตัวอักษรมาทำเป็นผ้าชิ้นลงไปในเสื้อนั่นเอง ทำให้กลายมาเป็นแบรนด์ Ourphabet มาตั้งแต่ตอนนั้น

ทุก ๆ วันที่ออกไปข้างนอกจะเจอคนที่ใส่เสื้อร้านเรา

ทุก ๆ วันที่ออกไปข้างนอกจะเจอคนที่ใส่เสื้อร้านเรา

“เรียกว่าประสบความสำเร็จมากค่ะ ในทุก ๆ วันที่ออกไปข้างนอกจะเจอคนที่ใส่เสื้อร้านเรา กระทั่งมีคนใส่ไปเที่ยวเมืองนอกเลย ดีใจมาก ๆ ที่มีคนไว้วางใจในแบรนด์”

ซึ่งตอนที่คุณเฟิร์นเริ่มทำแบรนด์เสื้อตอนนั้นกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีเพื่อนอีกคนเป็นหุ้นส่วน  ในล็อตแรกของการผลิตนั้นคุณเฟิร์นเริ่มจากการทำใส่เอง โดยมีเพื่อน ๆ ที่รู้จักเป็นลูกค้า ในระยะแรกนั้นมีการรีบเร่งในการผลิตมาก เพราะต้องการที่จะลดต้นทุน  ทำให้คุณภาพจึงออกมาไม่ดีเท่าที่ควร ในล็อตที่สองเลยตัดสินใจเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด เพิ่มต้นทุนมากขึ้น  ซึ่งก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เริ่มจากลูกค้าที่เป็นเพื่อนกันเองซื้อ แล้วค่อย ๆ ขยายเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง และคนอื่น ๆ พอซักพักก็เริ่มเปิดหน้าร้านที่ตลาดนัดรถไฟจตุจักร จากที่ขายได้ทีละ 10-20 ตัว จนมาวันหนึ่งขายเป็นร้อย ๆ ตัว ในระยะเวลาแค่ปีเดียว และหลังจากที่ตลาดนัดรถไฟจตุจักรปิดตัวลง ก็ได้มีโอกาสไปเปิดหน้าร้านที่นัดจตุจักร คราวนี้ก็เลยทำให้มีคนรู้จักมากขึ้นไปอีก

แต่ในทางกลับกัน สิ่งที่ทำให้คนรู้จักกับแบรนด์เสื้อยืดของเราได้มาจนถึงทุกวันนี้คือการขายผ่าน Social Media  ที่ทุกวันนี้ก็ยังขายได้ทุกวัน วันละหลายตัวซะด้วย  และแทบไม่น่าเชื่อที่ยอดขายน่าจะพอ ๆ กันกับหน้าร้าน หรือบางทีใน IG อาจจะเยอะกว่าด้วยซ้ำ

ของเค้าเด็ดจริง เพราะมีดาราเซเล็ปที่มาอุดหนุน และใส่โปรโมทให้โดยที่ไม่ต้องจ้าง

ของเค้าเด็ดจริง เพราะมีดาราเซเล็ปที่มาอุดหนุน และใส่โปรโมทให้โดยที่ไม่ต้องจ้าง

“เราไม่ได้ทำการโปรโมทอะไรเลย ไม่เคยจ้างดารา หรือเซเล็ปใส่เลย เพราะคิดว่าต้นทุนแพง ถ้าเอาเงินไปจ้างก็ไม่น่าคุ้ม”

แต่ก็ต้องบอกว่าของเค้าเด็ดจริง เพราะมีดาราเซเล็ปที่มาอุดหนุน และใส่โปรโมทให้โดยที่ไม่ต้องจ้าง จนทำให้ยอด Follow พุ่งไปถึง  7000 Follow โดยที่ไม่ได้ทำการปั๊มไลค์หรือใช้เงินซื้อมาแต่อย่างใด   เมื่อพูดถึงการขายผ่านโซเชี่ยลมีเดียร์ คุณเฟิร์นบอกว่ามันเป็นอะไรที่ซื้อง่าย พอสร้าง Brand Loyalty (ความภักดีในตราสินค้า)  ของเราได้  จนคนโปรโมทให้เยอะ  มีคนรีวิวเยอะ ก็ทำให้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น แต่ก็มีทั้งข้อดีข้อเสีย ถ้าสินค้าของเรา มีคุณภาพจริง ทำให้ลูกค้ายอมรับในแบรนด์ของเรา ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้น  ลูกค้าไม่ต้องไปเดินออกไปซื้อของถึงหน้าร้าน เพราะแน่ใจว่าคุณภาพดีแน่นอน

Ourphabet (14)

แต่ก็ต้องบอกว่าของเค้าเด็ดจริง เพราะมีดาราเซเล็ปที่มาอุดหนุน และใส่โปรโมทให้โดยที่ไม่ต้องจ้าง

เมื่อถามถึงรายได้ที่มาจากการทำแบรนด์ของตัวเอง คุณเฟิร์นถึงกับบอกว่ารายได้เยอะมากกว่าที่คิดเอาไว้มาก ถือว่าการขายเสื้อเป็นรายได้หลัก แม้ตอนนี้คุณเฟิร์นจะทำงานเป็นตอนนี้เป็น  Assistant Marketing อยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งก็ตาม  ถึงขั้นว่าคุณเฟิร์นตอนนี้ก็กำลังมองหาตลาดในต่างประเทศ เพราะมีลูกค้าที่มาซื้อไปขายที่ต่างประเทศค่อนข้างมาก  อาจมีการทำธุรกิจร่วมกัน  ที่สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง

Ourphabet (3)

“ของเราทำใหม่ทุกตัว ถ้าไม่ไปซื้อหน้าร้านก็จะไม่มีสต๊อกของ ลูกค้าต้องโอนเงินก่อน เพื่อรอผลิตของ และส่งไปให้ ลูกค้ายอมที่จะรอ รอเป็นอาทิตย์ก็ยอมที่จะรอ”

“ต้องบอกว่า การทำแบรนด์เสื้อ Ourphabet ถือเป็นรายได้หลัก เยอะกว่าที่คิดไว้จริง ๆ ถ้าจะพูดว่าเรามีกินมีใช้ได้จากการขายเสื้อเลย ก็พูดได้”

ถือว่าแบรนด์นี้เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก แค่รู้ว่าเราชอบอะไร แล้วทำมันออกมาอย่างจริงใจ  ซื่อสัตย์ แค่นี้ก็สามารถมัดใจลูกค้าได้อย่างไม่ยาก  ไม่แน่ว่าการทุ่มเงินโปรโมทมาก ๆ อาจจะได้ผลไม่เท่ากับการที่ลูกค้าประทับใจจนเอาไปบอกกันปากต่อปากก็ได้  นอกจากเราจะมีความสุขจากการมองเห็นแบรนด์ของเราได้เติบโตแล้ว เราอาจจะได้นั่งนับเงินสวย ๆ เป็นเถ้าแก่เนี๊ยะในอนาคตก็ได้นะคะ

Special Thanks: Ourphabet

รู้สึกยังไงกับบทความนี้
  • ไม่ไหวจะเคลียร์ (0)
  • บ้าไปแล้ว (0)
  • เฉย ๆ (1)
  • กร๊าก (0)
  • สุดยอด (1)
  • ฟินเว่อร์ (1)