คุณเคยตัดสินใจที่จะลงมือทำอะไรใหม่ ๆ ที่ต่างไปจากแบบแผนเดิม ๆ ที่คนทั่วไปเค้าทำกันหรือไม่? เสียงตอบรับจากคนรอบข้างเป็นอย่างไร? คุณรับมืออย่างไรเมื่อเสียงตอบรับเต็มไปด้วยคำสบประมาท? เราเชื่อว่าหลาย ๆ คนที่เคยคิดวางแผนที่จะเริ่มต้นทำอะไรใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นโปรเจ็คเล็ก ๆ หรือการเริ่มต้นทำธุรกิจ ย่อมเคยพบเจอคำสบประมาท คำดูถูกกันมา ไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะช่วงระยะเวลาเริ่มต้นของการลองทำสิ่งใหม่ ๆ เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด ไม่ใช่เพียงแค่เพราะความลำบากจากการวางแผนลงมือทำเท่านั้น แต่ความลำบากยังเกิดขึ้นจากเสียงของคนรอบข้างอีกด้วย เพราะคนรอบข้างเหล่านี้อาจมีความกลัวกับการเปลี่ยนแปลงลึก ๆ ในใจเค้า และเค้าก็สะท้อนความกลัวเหล่านั้นผ่านออกมาเป็นการสบประมาท หรือดูถูกในสิ่งที่เราเลือกทำ คนเหล่านี้เค้าอาจลืมไปว่าคนทุกคนย่อมมีความฝัน และวิธีการที่จะก้าวไปสู่เป้าหมายของแต่ละคนนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นไปในรูปแบบเดียวกัน แต่สำหรับสาวสวยนักธุรกิจคนนี้ เธอคืออีกหนึ่งคนที่เปลี่ยนคำสบประมาท ดูถูกดูแคลนจากคนรอบข้าง เป็นเป้าหมายที่ผลักดันให้เธอก้าวสู่ความสำเร็จ และความสุขอันประเมิณค่าไม่ได้ ทั้งหมดล้วนเกิดขึ้นด้วยมือของเธอเอง

Staytalk มีโอกาสนั่งคุยกับคุณมิน ปาลิดา พิพัฒธนะเดช นักธุรกิจสาวหวานจาก บีฮิบ ประเทศไทย Bhip Thailand ซึ่งวันนี้เธอคือหนึ่งในนักธุรกิจชั้นแนวหน้าขององค์กร บีฮิบ โกลบอล Bhip Blobal ที่มีสาขา และองค์กรย่อย ๆ ของเธอเองที่ได้ขยายออกไปอย่างใหญ่โต ในวัยเด็กเธอเป็นเพียงแค่เด็กที่โดนสปอยล์จากครอบครัว อยากได้อะไรก็ต้องได้ และรักสบาย แต่วันหนึ่งคำพูดบางอย่างจากคนในครอบครัวก็ทำให้เธอตั้งใจที่จะเปลี่ยนชีวิตของเธอเอง โดยการมาเริ่มต้นธุรกิจ กับ บีฮิบ ประเทศไทย Bhip Thailand ในช่วงที่เธอตัดสินใจมาร่วมงานกับ บีฮิป นั้น เธอไม่ได้มีความกังวลว่า บีฮิบ หลอกลวง หรือ บีฮิบ หลอกลวงหรือไม่ เธอเห็นว่าเพื่อนของเธอมีรายได้ดี เธอจึงหวังจะมีรายได้ดีแบบเพื่อนของเธอ กอปรกับคำดูถูก คำสบประมาท จากทางครอบครัวของเธอ เธอจึงตัดสินใจเลือกทำงานที่ทุกคนคิดว่าไม่มีทางจะสำเร็จได้ แน่นอนคนในครอบครัวของเธอยิ่งเพิ่มเสียงดูถูกมากขึ้น เมื่อทุกคนทราบว่าสายงานที่เธอเลือกทำนั้นคือ งานขายตรง

แต่ในวันนี้เธอได้พิสูจน์กับครอบครัวและคนรอบข้างของเธอแล้ว ว่าคำสบประมาทเหล่านั้นคือแรงผลักดันที่ดี ที่ทำให้เธอได้มาอยู่ในจุดที่เธอหวังไว้แล้ว ซึ่งมีทั้งอิสรภาพทางการเงิน และอิสรภาพในด้านไลฟ์สไตล์ เธอสามารถบอกกับตัวเองได้ว่า ความสุขวันนี้คือสิ่งที่เธอสร้างมาด้วยตัวเอง

ขณะเดียวกันในวันที่เธอประสบความสำเร็จแล้ว เธอยังไม่ลืมที่จะมองลงมาหาลูกทีมของเธอ และคอยช่วยเหลือให้ทุก ๆ คน ได้ก้าวไปอยู่ในจุดเดียวกับจุดที่เธอยืน เธอตระหนักอยู่เสมอว่าทุก ๆ คน ย่อมมีอุปสรรคแบบเดียวกับที่เธอเคยมี และเธอพร้อมที่จะจูงมือลูกทีมของเธอให้ผ่านอุปสรรคเหล่านี้ไปได้

วันนี้เรามาฟังกันว่าคำดูถูกเหล่านี้ส่งผลกับจิตใจเธออย่างไร และเธอรับมือกับอุปสรรคปัญหานี้อย่างไร

“ชื่อมินค่ะ นางสาวปาลิดา พิพัฒธนะเดชค่ะ ก่อนที่จะมาทำธุรกิจก็เป็นนักศึกษาธรรมดาค่ะ นักศึกษาธรรมดาคนนึงค่ะที่สอบตรงติด มศว. อินเตอร์ เพราะว่าที่บ้านก็ทำธุรกิจส่วนตัว ไม่ได้มีอะไรหวือหวามากมาย ที่เข้ามาเพราะว่าโดนคำดูถูกจากที่บ้าน ว่าทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ขอเงินที่บ้านกินไปวัน ๆ ไรเงี้ย มินก็เลยขอเพื่อนเข้ามาทำที่นี่ด้วย เพราะว่าเห็นเพื่อนได้รายได้เยอะ ก็เลยเข้ามาค่ะ ความฝันสูงสุดของผู้หญิงค่ะ ที่มีอิสระด้านการเงิน ที่ซื้อกระเป๋าได้ซื้อเสื้อผ้าได้ เครื่องสำอางได้โดยที่เราไม่ต้องคิดว่าเหลือเงินเท่าไร ทุกคนคือเพื่อน และพี่และน้อง และไมเคิล คือมินเข้ามา มินเจอไมเคิล คน ๆ นี้รายได้ตั้งเยอะทำไมถึงยังช่วยคนอื่นให้มีรายได้ คาดหวังแค่ว่าอยากให้ทุกคนมีรายได้เยอะเท่าที่เขาได้ ช่วยทุกอย่าง มินก็เคยอยู่กับไมเคิลมานานมาก ไมเคิลไม่ใช่ที่ปรึกษา แต่ไมเคิลเป็นพ่อ ไมเคิลเป็นพี่ชายเป็นเพื่อนเป็นได้ทุกอย่าง ก็เลยอินกับที่นี่มาก แล้วมันมีทีมที่เฟอร์เฟคมากค่ะ ต้องบอกถึงตัวเองก่อน เพราะว่าคำดูถูกวันแรกทำให้มินยอมไม่ได้ เพราะว่าไม่ใช่แค่มินที่โดนคนอื่นดูถูก แต่ว่ารวมถึงคุณแม่ด้วย คือวันแรกที่เข้ามาแม่สนับสนุนทุกอย่าง แล้วแม่มินจะโทรให้กำลังใจทุกวันว่า สู้ ๆ นะลูกทำให้สำเร็จนะ ทำไม่สำเร็จทุกคนจะว่าม๊า จะว่าแม่ได้ว่าปล่อยลูกไปทำอะไร ที่ทุกคนเชื่อว่ามันจะไม่เกิดขึ้นจริง ๆ มัน 7 ปีละ ทีนี้พอรายได้เราโอเค ต้องย้อนกลับไปดูทีมงานเราด้วย เค้าเข้ามาเหมือนเราวันแรก มินรู้สึกว่าก็ต้องพาเขาเป็นเหมือนเราด้วย ก็ต้องมีรายได้เยอะเท่าเรา เพราะว่าเขาเข้ามาก็มีความฝันเหมือนเรา อยากได้บางสิ่งที่เขาอยากได้เหมือนที่เราอยากได้  โดนคำดูถูกจากที่บ้านมา ดังนนั้นเมื่อมินพาเค้ามาทำที่นี่แล้ว มินก็ต้องพาเขาถึงจุดประสบความสำเร็จในชีวิตด้วยค่ะ ข้อดีของมินคือ มินไม่เคยรู้สึกว่าปัญหาคือปัญหา มินไม่เคยเครียด มินไม่ชอบเครียด พอไม่เครียดแล้วมันสนุก เจอบางสิ่งบางอย่างที่เรารู้สึกว่า มันต้องแก้ไข มันต้องปรับปรุงมันต้องพัฒนามันต้องเรียนรู้จากมันอีกเยอะค่ะ ทุกวันนี้การใช้ชีวิตจากการทำงานมันเปลี่ยนค่ะ คือ ถ้าอยากได้ก็ต้องสู้ ที่ต้องหาเองไม่ต้องให้คนอื่นเดือดร้อน เพราะว่าตอนนั้นอยากได้ก็แค่ขอแบมือ ขอแม่ก็ได้ละ ร้องไห้ 3 ทีก็ได้ละ คือตอนนี้อยากได้ต้องวางแผน อยากได้รถหนึ่งคันต้องวางแผน บวกกับระยะเวลาและอดทน ทำงาน พยายามกว่าจะได้ของหนึ่งชิ้นมามันก็เลยมีค่ามากกว่าขอแม่ หลังจากนั้นความคิดทุกอย่างมันโตขึ้น 6-7 ปีที่ผ่านมามันเป็นผู้ใหญ่อ่ะ มินเชื่อได้เลยว่าวันนี้ไม่ว่ามินออกไปทำอะไรมินสำเร็จได้”

วีดีโอสร้างแรงบันดาลใจของ Staytalk.com นำเสนอเรื่องราวระดับบุคคล มุ่งเน้นเรื่องวิถีชีวิต วิธีคิดระดับบุคคล รวมถึงวิธีการใช้ชีวิตเพื่อจะได้มาซึ่งทางเลือกที่ดีกว่าในชีวิต โดยนำเสนอเรื่องราวผ่านการทำความเข้าใจประสบการณ์ระดับปัจเจกชน หนทางการดำเนินชีวิตและการตัดสินใจ เพื่อจุดประสงค์ในการสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อ่าน ได้ตระหนักถึงการพัฒนาตนเอง

รู้สึกยังไงกับบทความนี้
  • ไม่ไหวจะเคลียร์ (0)
  • บ้าไปแล้ว (0)
  • เฉย ๆ (2)
  • กร๊าก (2)
  • สุดยอด (4)
  • ฟินเว่อร์ (3)