สวัสดีชาว Staytalk ค่ะ  ถ้าเราพูดถึงกระแส Talk Of The Town เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนใหญ่มักจะเป็นข่าวประเภท “บันเทิง” เป็นหลัก ข่าวที่ชอบพูดถึงกันมากก็คงเป็นกระแส รัก ๆ เลิก ๆ ของดารา ยิ่งตอนนี้ทุกคนมีโซเชียล มีเดียร์ อยู่ในมือก็ยิ่งทำให้ข่าวแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วขึ้นไปอีก แถมสมัยนี้มีดิจิตอลทีวี งานหนักเลยตกเป็นของบรรดา “นักข่าวบันเทิง” ที่ต้องทำงานแข่งขันกันมากกว่าเดิม ยิ่งใครเร็วกว่า ก็จะได้รับความนิยมจากผู้ชมมากกว่า บางสื่อก็มีเทคนิคการโปรยข่าวให้น่าอ่านมากขึ้น แต่จริง ๆ เนื้อข่าวอาจจะไม่มีอะไรเลย เพื่อเรียกคะแนนนิยมให้เหนือกว่าคู่แข่ง  ทำให้เกิดความวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นอย่างสูง ถึงความไม่เหมาะสมของสำนักข่าวบางสำนัก ถึงวิธีการหาข่าว และการเขียนข่าวที่แรงจนเกินไป

Staytalk ชวนทุกท่านไปพูดคุยกับอีก 1 บุคคลากรของวงการสื่อบันเทิงไทย คุณ นฤตย์ นิรันราย หรือ สปอย ตำแหน่ง Creative ของข่าวบันเทิงช่อง 2

สัมภาษณ์นักข่าวบันเทิง (3)

นักข่าวบันเทิง นฤตย์ นิรันราย หรือ สปอย ตำแหน่ง Creative ของข่าวบันเทิงช่อง 2

Q:   ทำไมทุกวันนี้คนถึงมองสื่อบันเทิงในปัจจุบัน ในทางลบซะส่วนใหญ่?

“อาจเป็นเพราะตัวข่าวเองด้วย ตัวข่าวมีความเซนซิทีฟสูง เช่น ข่าวพยายามฆ่าตัวตาย ข่าวรัก ๆ เลิก ๆ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ต่อให้ไม่เป็นดาราก็เถอะ ก็มองได้สองด้านอยู่แล้ว  เราเป็นสื่อเราก็มีหน้าที่แค่นำเสนอไป รู้อะไรมาก็พูดไปแบบนั้น แต่มันก็จะมีสื่อ ประเภทหนึ่งที่แบบเขียนโปรยหัวข่าวแรง ๆ เพื่อล่อให้คนเข้ามาดู เข้ามาอ่าน เข้า WEB เพื่อให้ยอดวิว สูง ๆ หลัง ๆ จะมีเยอะมาก  freelance ที่เป็นสื่อสาธารณะเกิดขึ้นมาก แบบที่ไม่ต้องขึ้นตรงกับใคร ไม่ต้องเกรงใจใคร ด่าได้ทุกคน ชมได้ทุกคน อาจทำให้บางสื่อมีการเขียนแรงจนเกินไป”

Q: “นักข่าวบันเทิง” มีวิธีหาข่าวอย่างไรบ้าง?

“ถ้าเป็นเมื่อก่อนออกแนวเป็นสื่อหัวใหญ่ก็ต้องเกรงใจกันหน่อย เพราะดาราเป็นสังกัดตัวเอง ก็จะเลือกเขียนแต่ข่าวดี ๆ มากกว่า ก่อนหน้านี้ การจะได้ข่าวมาซักตัวอาจจะต้องมีเรื่องราว มีพีอาร์ส่งมาโปรโมท หรือคนไปเห็นกันเอง มักจะเป็นข่าววงในหน่อย แต่ตอนนี้นี่ง่ายขึ้นตรงมีสื่อโซเชียล บางทีดาราก็โพสรูปอะไรลงใน IG Facebook  โดยที่ไม่รู้ตัวว่าลงแบบนี้อาจจะเป็นประเด็นได้ ก็เลยเอามาเป็นข่าวได้ง่ายหน่อย และตอนนี้ดิจิตอลทีวีก็มีการแข่งขันสูง ถ้าเราลงข่าวราบเรียบ เหมือนกันหมด ไม่มีอะไรเด่น ก็จะโดนสื่อหลักชิงพื้นที่ไปหมด  คนดูก็จะไม่รู้สึกว่าทำไมเราต้องไปดูช่องอื่น เพราะช่องประจำกับช่องใหม่เนื้อหาเหมือนกันเลย คนดูก็จะดูช่องเดิม ๆ  วิธีการที่จะให้แต่ช่องใหม่ ๆ เด่นขึ้นมาได้อาจจะใช้กลยุทธ แรงกว่า ต้องไวกว่า เนื้อหาต้องแตกต่าง พูดได้ว่ายิ่งแรงยิ่งดี “

สัมภาษณ์นักข่าวบันเทิง (5)

ใหม่ สุคนธา และสปอย นักข่าวบันเทิง

Q : มีคนวิพากษ์วิจารณ์ว่า “นักข่าวบันเทิง” ทำงานง่ายเกินไป ?

“การทำงานของนักข่าวบันเทิง  ก็มีบางคนที่ไปเดินถือไมค์ กลับมานั่งเขียน ก็เสร็จ แต่ก็มีคนที่เค้าค้นหาข้อมูลจริง ๆ  บางทีต้องโทรหา แหล่งข่าวที่ดีก่อน เช่น ช่างแต่งหน้าตามกอง คนในกองถ่าย คนใกล้ชิดสนิทของดารา ต้องมีการทำการบ้านก่อนค่อนข้างเยอะ ต้องแบบเตรียมตัวทุกอย่างคือ อยากให้ข่าวเราลึกกว่าคนอื่น ครอบคลุมกว่าคนอื่น  ต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งจริง ๆ มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น  ถามว่ามีทำงานง่าย ๆ มั้ยก็มีเหมือนกัน คนก็มองรวม ๆ เหมาเลย

Q : นักข่าวทำงานหนักแค่ไหน?

“ขึ้นอยู่กับต้นสังกัดด้วย อย่างช่อง 2 ของเราค่อนข้างจะเร็วมาก ถ้าไปเช้าตอนเที่ยงจะเอามาออกอากาศแล้ว  เร็วทั้งคนถ่าย ทั้งคนเขียนข่าว ต้องรีบเอาภาพมาส่ง หรือส่งไม่ทัน ต้องส่งแมสเซนเจอร์มา บางทีรถติดอยู่กลางถนนต้องลง เพื่อนั่งรถไฟฟ้า ต่อวินมอไซค์มาส่งให้ทัน ความยากมันอยู่ตรงนี้แหละ อยู่ที่ความเร็ว และความถูกต้อง”

สัมภาษณ์นักข่าวบันเทิง (6)

Q: คิดอย่างไรกับคนทั่วไปที่แสดงความคิดเห็นต่อ นักข่าวบันเทิง ในเชิงลบ?

“สำหรับคนที่เป็นสื่อโดยจิตวิญญาณจริง ๆ เค้ารับได้นะ เพราะว่าการเป็นสื่อเป็นการนำเสนอความจริง คือความจริงคนที่ชอบในตัวดาราแต่ข่าวที่ออกมาดันเป็นข่าวเสีย  เค้าก็ด่าเป็นเรื่องปกติ คือเดี๋ยวนี้คนแสดงความคิดเห็นได้ง่าย  เมื่อก่อนด่าอยู่บ้านไม่มีใครได้ยิน แต่เดี๋ยวนี้พอแชร์ลง Facebook ได้ พอมีเพจนึงพอเริ่มต้นด่า ก็จะมีคนคอมเม้นท์กันเยอะแยะ จริง ๆ เมื่อก่อนก็อาจจะด่าแหละ แต่เราไม่รู้เท่านั้นเอง ถ้าเรามีจุดยืนที่ดีก็จะสามารถทำงานได้  แต่เราต้องระมัดระวังหน่อย  ถ้าโดนด่าบ่อย ๆ กระแสมันก็จะแย่ลง  ก็จะทำให้วงการทำงานยากขึ้น”

Q : เวลาที่เราอ่านคนคอมเม้นท์ต่อตัวนักข่าวบันเทิงในเชิงลบเรารู้สึกอย่างไรบ้าง?

“บางทีก็แอบน้อยใจนะ  เหนื่อยนะกว่าจะทำข่าวบันเทิงมาได้ซักตัว ไปวิ่งไปลุย ตามหาไปดัก  ไปรอ แต่ถ้าสิ่งเค้าด่ามาด่าจากเนื้อหาข่าว ก็ต้องมานั่งย้อนดูว่าเราผิดตรงไหนยังไงครั้งต่อไปเราจต้องมาแก้ไข  อีกมุมนึงถ้าเค้าด่าเราแสดงว่าเค้าติดตามเรา เค้าดูเราก็ถือว่าดี  ถ้าเกิดเค้าด่าเรา ครั้งต่อไปเค้าก็ต้องดูมาหาข้อผิดแล้วเอามาด่า อีกมันก็เป็นสิ่งที่แบบเป็นฟีดแบคว่ามีคนติดตามนะ มีคนสนใจนะ”

สัมภาษณ์นักข่าวบันเทิง (10)

สปอย นักข่าวบันเทิง และเซเล็บ

Q :  ยุคข่าวบันเทิงถูกตีให้ใหญ่ขึ้น ซึ่งคนบางส่วนมองว่าเป็นข่าวไร้สาระ ?

“ในวงการข่าว ข่าวที่จะนำเสนอได้มันก็ต้อง  หนึ่ง เป็นบุคคลที่คนอยากรู้ เป็นบุคคลที่คนรู้จัก  สอง เป็นเหตุการณ์ที่ ค่อนข้างสะเทือนใจร้ายแรง มันจะไล่ลำดับไป ตามบุคคล สถานที่ เหตุการณ์ว่าอันไหนน่านำเสนอกว่ากัน จริงเราให้ความสำคัญกับการเสนอข่าวตำรวจทหารโดนระเบิดก็ทำได้นะ แต่มันจะเหมือนกับ ยิ่งทำไปผู้ก่อการร้ายก็จะได้ใจ ว่าทำไปแล้วมีคนสนใจ มันเอามาเทียบกันไม่ได้หรอก ว่าทำไมคนนั้นตายถึงจะไม่ทำ  คนนี้ตายถึงไม่ทำ แต่มาทำคนที่แบบไร้สาระจะฆ่าตัวตาย ออกมาร้องห่มร้องไห้เพื่อง้อแฟน  มันคนละแบบกัน คือเราสามารถเลือกเสพสื่อได้  และเอาข้อคิดจากข่าวมาปรับใช้ในชีวิตตัวเองได้ ถ้าเราลองมองในมุมนั้น”

Q :  เคยเจอเหตุการณ์ หรือปัญหาในการทำงานนักข่าวไหม ?

“จริง ๆ ข่าวไม่ได้ยากมาก กรณีข่าวของหนุ่มปีเตอร์ คอปไดเรนดัล  เหมือนเค้าไม่เปิดโอกาสให้เราสัมภาษณ์ และด้วยความเป็นนักข่าวก็อยากได้ข่าว  และก็โดนบรีฟมาจากผู้ใหญ่ทางช่อง หรือว่าหัวหน้างาน  บก. ว่า อยากได้ข่าวนี้  ก็ต้องวิ่งไปตาม คือถ้า 1 ช่องตาม  อีก 20 ช่องที่เหลือก็ต้องตาม คือถ้าเค้าได้ข่าวกลับไปแล้วเราไม่ได้ก็โดนว่า ความยากของมันก็คือ การจะต้องไปนั่งดักที่โน่นดักที่นี่ ตามที่โน่นตามที่นี่ ถ้าได้ก่อนก็ได้เปรียบ เหมือนเหตุการณ์ที่ต้องนำเอาไมค์ไปจ่อทีวี ก็คือเค้าให้สัมภาษณ์ แต่ที่รายการ เรื่องเล่าเช้านี้ วันนั้นก็คือไปดักกันอีก แต่สุดท้ายก็ไม่สัมภาษณ์ จริง ๆ จะเอาแค่เสียง แต่ด้วยความตลกของมันคือต้องเอาไมค์ไปจ่อกับทีวี  เพื่อให้ได้ข่าวมา”

สัมภาษณ์นักข่าวบันเทิง (1)

กลุ่มนักข่าวบันเทิงรุมสัมภาษณ์ไมเคิล คอร์ปไดเรนดัล

Q : กรณีงานรับศพของสิงห์ สควีซแอนนิมอล ที่มีนักข่าวท่านหนึ่งปีนเก้าอี้เพื่อถ่ายภาพ แล้วคนมองว่าไม่เหมาะสมเอามาก ๆ ?

“จริง ๆ เท่าที่รู้เค้าน่าจะเป็นช่างภาพสายอาชญากรรม หรือการเมือง นี่แหละ เพราะว่าวันนี้เหตุการณ์เกิดที่รพ.จุฬา เหมือนด้วยความที่ เป็นคนทำงาน โดนสั่งมาว่าต้องได้ภาพ  จากที่มองก็ดูเกินไปนิดนึง ว่าเราไม่ให้เกียรติเค้า  สมมุติจะแก้ตัวว่า ยืนอยู่ตรงนี้ตั้งนานแล้วเค้าเข็นมาเอง เค้าเข็นศพมาถึงตรงนี้เอง คุณก็ต้องหลบ จะไปยืนค้ำหัวเค้าแบบนั้นมันก็น่าเกลียด  จริง ๆ มันเป็นศพด้วยไง ถ้าเป็นคนธรรมดายืนคุยกันแล้วไปปีนแบบนี้  มันไม่น่าจะเป็นกระแสโดนด่าอะไรขนาดนี้”

Q :  สุดท้าย อยากบอกอะไรกับคนเสพข่าวบ้าง?

“อยากจะบอกว่า สื่อก็เป็นเหมือนคนทั่ว ๆ ไป ที่ต้องทำงานเพื่อหาเลี้ยงตัวเอง และมันก็เป็นสิ่งที่เราต้องทำสนองให้กับผู้บริหาร ผู้ใหญ่ในช่องต้นสังกัด มันก็เป็นวัฏจักรการทำงานอย่างหนึ่ง อาจจะเป็นการทำงานที่เสี่ยงอยู่บนความรู้สึกของคน เพราะว่าเราทำงานนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับคนที่ประชาชนทั่วไปรัก ถ้าเรานำเสนอออกไปแต่มันไม่ถูกใจเค้า เค้าก็ว่าเรา  ถ้ามันถูกใจเค้ามันก็เข้าตัวเรา ก็เลยอยากบอกว่า ให้สื่อเป็นเหมือนสิ่งที่ทำให้เรามานั่งย้อนดูตัวเอง ว่าการเป็นดาราเนี่ยเค้ายังมีข้อดีข้อเสียเลย เราก็เป็นเหมือนกัน ข่าวเนี่ยไม่ดีมองเค้าแล้วเอามาปรับตัวเอง คนไหนดีมองเค้าแล้วทำให้เหมือนเค้า อยากให้มองข่าวอย่างลึกซึ้งและสองด้านอย่าเอาแต่ว่าใคร ทุกคนก็ต้องทำงานในแบบที่ตนเองได้รับมอบหมายเท่านั้น”

สัมภาษณ์นักข่าวบันเทิง (2)

นักข่าวบันเทิงก็คือ“คนทำงาน” ไม่ต่างจากอาชีพอื่น ๆ

เราได้มองเห็นอีกมุมหนึ่งของนักข่าวบันเทิงจริง แล้วเค้าก็เป็นอีกหนึ่ง “คนทำงาน” ไม่ต่างจากอาชีพอื่น ๆ  และสมัยนี้ยิ่งสื่อมีมากขึ้นไม่แปลกที่สื่อทุกสื่อจะมีการแข่งขันเพื่อให้ได้ข่าวที่ดีที่สุด เร็วที่สุดให้กับผู้ชม  สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้เสพสื่อ ว่าจะปรับมาใช้กับชีวิตของเราได้อย่างไร แทนที่จะมองข่าวบันเทิงเป็นแค่เรื่องบันเทิงเท่านั้น

รู้สึกยังไงกับบทความนี้
  • ไม่ไหวจะเคลียร์ (0)
  • บ้าไปแล้ว (2)
  • เฉย ๆ (3)
  • กร๊าก (0)
  • สุดยอด (7)
  • ฟินเว่อร์ (4)