เคยคิดกันบ้างไหมว่าชีวิตคนเรามันไหลไปตามชะตาฟ้าลิขิตหรือแค่กระแสสังคม? สิ่งที่ทำอยู่ทำให้ชีวิตเรามีความสุขหรือเปล่า? ทำในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวตนของตัวเองอยู่หรือเปล่า? ฝืนไหม? เป็นคำถามที่ทุก ๆ คนต้องหมั่นถามตัวเองเลยในตอนนี้ เพราะว่าทุกวันนี้ อะไรมันบีบบังคับให้หลาย ๆ คนต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากจะทำ ทำไปก็ไม่แฮปปี้ ชีวิตหดหู่เว่อร์ แต่ผู้ชายคนนี้ ตือ สมบัษร ถิระสาโรช ไม่ปล่อยให้ชีวิตตัวเองต้องเป็นแบบนั้น วันนี้เราจะมาเล่าความยาวสาวความยืดล้วงลับตับแตกกับ ไลฟ์สไตล์ ที่ยืดมั่นถือมั่นในความสุขที่ได้มาจากสิ่งที่ทำ เอาความสุขเป็นที่ตั้งไว้ก่อน

ป้าตือ ออแกไนซ์เซอร์ เบื้องหลัง เดอะเฟสไทยแลนด์

ป้าตือ ออแกไนซ์เซอร์ เบื้องหลัง เดอะเฟสไทยแลนด์

ต้องแนะนำก่อนเผื่อหลาย ๆ คนไม่รู้จักผู้ชายสุดแซ่บแห่งวงการเบื้องหลังคนนี้ ตือ สมบัษร ถิระสาโรช หรือหลาย ๆ คนคุ้น ๆ หูกันในชื่อ ป้าตือ ออแกไนซ์เซอร์ มือทองฝังเพชร ผู้สรรสร้างความอลังการให้กับงานอีเว้นท์ต่าง ๆ และแคทวอล์คมาแล้วนักต่อนัก ใครที่ดูเดอะเฟสไทยแลนด์จะรู้จักความแซ่บเผ็ดพริก 10 เม็ดของขุ่นแม่เค้าดี ฮ่า ๆ ตรงแร๊ง มีแนวทางของตัวเอง ไม่ว่าจะทำอะไรปักธงไว้ตัวโต ๆ เลย ทำเพราะฉันแฮปปี้ ไม่แฮปปี้ฉันไม่ทำจ้า ก่อนจะมาเป็น ป้าตือ ออแกไนซ์เซอร์ ที่เชิ่ดหน้าได้ไม่แคร์ใครในวันนี้ ต้องผ่านอะไรมาเยอะ ถึงชีวิตจะไม่ได้ลำบากมากมายทางกายก็ตามแต่ แต่กว่าจะมายืนเป็น ป้าตือ ผู้เป็นเจ้าของบริษัท ออแกไนซ์ ที่ใหญ่โตมโหฬารขนาดนี้ ต้องเจออะไรมาบ้าง เปรียบชีวิตของป้าตือ ก็เหมือนกับถนนที่เรียบไม่มีลูกรังเลย แต่ว่าขอบถนนคือเหว!!! พลาดแค่ก้าวเดียวคือจบ ตกลงไปคือพังหมดสิ้นทุกสิ่ง ป้าแกบอกไว้ยังงี้อ่ะนะ

ออแกไนซ์เซอร์ เบื้องหลัง เดอะเฟสไทยแลนด์

ตือ สมบัษร ถิระสาโรช

 

ก่อนจะมามีวันนี้ก็ทำงานมาเยอะ ทำมาสารพัด ทัั้งออกแบบหน้าร้านให้ห้างดัง ทำตั้งแต่ได้เงินเดือน 3,200 บาท และก็ย้ายไปทำบริษัทโฆษณาชื่อดังระดับไฮคลาสเลยจ้า ค้นหาตัวเองไปเรื่อย ๆ ทำแต่สิ่งอยากทำ พอทำ ๆ ไปได้สิบปี ก็เปลี่ยนอีก ไปเป็นแนวเบื้องหลังโฆษณากำกับเองอะไรเองจนเป็นฟรีแลนซ์ พอเป็นฟรีแลนซ์เสร็จ มันเหมือนบั่บบ….ใช่ละอันนี้หล่ะที่เราถนัดคือ ออแกไนซ์แนวนี้เลยใช่เลย ก็เลยผุดบริษัท ชื่อกิ๊บเก๋ง่าย ๆ บ้าน ๆ “ตือจำกัด” รับงานทุกอย่างที่พอจะทำได้  เพราะป้าตือ แกบอกว่า งานทุกงานคือครู ความผิดพลาดทุกครั้ง คือครู การได้ลองอะไรใหม่ ๆ ที่เราไม่เคยทำมันคือโอกาสและประสบการณ์ ป้าตือ ยังบอกอีกว่าที่ยืนอยู่จุดนี้มาได้ขนาดนี้เพราะรักที่จะทำงานนี้จริง ๆ ไม่เคยหวังกำไร ทุกงานที่ทำ 100% หมด ลูกค้ามีเงินมาจ้าง 10 บาทกับ 1 ล้านบาท ก็จะทำให้สองคนเท่า ๆ กันเพราะเราแฮปปี้ที่จะทำ เราไม่ได้ทำเพราะหวังผลอะไรมากมายแค่ทำมันให้ดีเค้าจะกลับมาจ้างเราอีกไหมอันนั้นอีกเรื่อง แต่ว่าคนที่ได้ดูโชว์ของเรา 1 ใน 100 นั้นเค้าเห็นว่าเราทำด้วยความสุขเราทำออกมาอย่างดีเค้าต้องมาจ้างเราแน่นอน เราหวังตัวผลงานอย่าไปคิดเรื่องกำไรให้มาก ป้าตือ แกบอกว่าเงินไม่ใช่ความสุขเพราะไลฟ์สไตล์ป้าตือคือเอาความสุขเป็นที่ตั้ง

ออแกไนซ์เซอร์ เบื้องหลัง เดอะเฟสไทยแลนด์

แต่ไม่ใช่แค่ความสุขของตัวเองเท่านั้น ไม่ใช่แค่นึกอยากจะทำไรก็ทำอย่างที่หลายคนเข้าใจ  ป้าตือ เคยคิดจะปิดบริษัทนะคะคุณ เพราะว่ามันเป็นงานเบื้องหลังที่เหนื่อยไม่บอกว่าเหนื่อยก็คงโกหก ป้าตือ แกอยากจะพักแค่อยากพักเบา ๆ แค่นั้นไม่ได้ไม่อยากจะทำงานนี้ต่อ  แต่มีวันหนึ่งเดินเข้าบริษัท เจอแม่บ้านยืนคุยกัน แม่บ้านของบริษัทเป็นมะเร็ง มันสะท้อนในหัวของผู้ชาย ชื่อตือเลยว่า ถ้าเราปิดไปเพราะตัวเราเองอยากจะพักแค่อยากจะพัก แล้วนางคนนี้เป็นมะเร็งจะเอาเงินที่ไหนรักษาตัว พนักงานในบริษัทเค้ามีพ่อแม่พี่น้องต้องส่งเสียเยอะแยะเหลือเงินเดือนใช้กันคนละไม่กี่บาท มันทำให้ป้าตือ เปลี่ยนแนวคิด ณ ตอนนั้น ที่นึกถึงแต่ตัวเอง เอาแค่ความต้องการและความสุขของตัวเองพอ เปลี่ยนมาเป็น ไลฟ์สไตล์ที่ทำให้เราอยู่ร่วมกับตัวเองได้แบบแฮปปี้ และคนอื่นก็แฮปปี้ไปกับเรา มองรอบ ๆ ตัวเองมากขึ้น เพราะเราจะได้พลังจากคนรอบข้างนี่หล่ะ ถ้าเรามีคนรอบข้างที่ดี พลังมันจะมาเอง และป้าตือยังบอกอีกว่า คนรุ่นใหม่อยากทำอะไรทำเลย การลองผิดลองถูกไม่ใช่ฆ่าคนตาย มันคือโลกของเราเอง ตัวเราเองทำไปเถอะ มันคือโอกาสแห่งความสำเร็จ ถ้าเราพลาดแต่เราทำแล้วไม่รู้สึกเฟลจงตั้งใจ และทำต่อไปให้มันดี ๆ ขึ้นด้วยความสุขที่เราได้ทำมัน

ออแกไนซ์เซอร์ เบื้องหลัง เดอะเฟสไทยแลนด์

แต่ถ้าทำแล้วต้องมานั่งกุมขมับ ทำแล้วต้องมานั่งเครียด นั่งบ่นนั่งด่าคนรอบข้าง เพราะตัวเราเองก็มีแต่พลังงานด้านลบ เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่ทำแล้วมีความสุข เลิกซะ!! ทำไปก็พินาศ มันอยู่ได้แต่ไม่ใช่อยู่นาน คิดให้มันง่ายอย่าปักธงสูงไป เราจะไม่มีความสุข บางคนอ่านมาถึงตรงนี้อาจจะคิดว่า มันจะทำได้จริงเหรอ? ในสังคมสมัยนี้ เราทำแค่ในโลกของเราในชีวิตของเรานั้นมันก็สุขพอแล้วนะดั๊นว่า คิดอะไรให้มันเบาสมอง ทำอะไรอย่าไปหวังผลมาก ทำในสิ่งที่ชอบ สิ่งที่รักเราจะเหมือนไม่ได้ทำงานนะดั๊นว่า ถึงเราจะเหนื่อยเราก็จะกล้าไปต่อ เพราะมันทำแล้วผลแห่งความสุขมันสูงกว่า แต่ถ้าเราฝืนทำ ถึงแม้ว่าเราจะเป็นนายเค้าหรือลูกน้องเค้าเราก็ทุกข์ เฟลเว่อร์แน่นอน เพราะทำไปมันก็ฝืนอ่ะ แค่หยิบปากกามาเซ็นต์ก็เฟลแล้วนะดั๊นว่า ที่ดั๊นหยิบเรื่องป้าตือ มาเขียนให้ทุกคนเห็น ไลฟ์สไตล์ ของแกในวันนี้ ก็เพราะอยากจะให้เพื่อนที่กำลังทำอะไรอยู่ก็ตามที่ทำไปแล้วคิ้วนี้ชนกันแน่นเลย ลองเปลี่ยนมุมมองและกล้าจะทำอะไรใหม่ ๆ ซักนิด อาจจะดีกับชีวิตโน๊ะ…

รู้สึกยังไงกับบทความนี้
  • ไม่ไหวจะเคลียร์ (0)
  • บ้าไปแล้ว (0)
  • เฉย ๆ (0)
  • กร๊าก (0)
  • สุดยอด (0)
  • ฟินเว่อร์ (0)