จากกระแสข่าว ที่เราได้เห็นกันทั่วทุกสื่อ เด็กวัยรุ่นหญิงไทยกินยาแก้ไอ แล้วเกิดอาการชักจนพลัดตกน้ำโคลน และเสียชีวิตลงในที่สุด สร้างคำถามมากมายให้กับ ผู้ที่ไม่เคยข้องเกี่ยวและไม่เคยได้รับรู้ถึง สารเสพติด ชนิดนี้ ว่าทำไมวัยรุ่นบางกลุ่มต้องกินยาแก้ไอ แล้วยาแก้ไอที่กินเข้าไป สามารถทำให้ถึงตายได้เลยหรือ?!

การหากิจกรรมทำร่วมกัน ในกลุ่มวัยรุ่นบางกลุ่ม จะมี “ค่านิยม” อันเร้าใจ ในการเข้าร่วมแก๊ง โดยเฉพาะ “ความมึนเมา” จากสิ่งเสพติด ที่พวกเขาทำกันเป็นประจำวัน นั่นก็คือ “การชงยาแก้ไอผสมโค้ก” ใส่แก้วบิ๊กกั๊ฟใบโต ร่วมดื่มสาบานเพื่อสร้างมิตรภาพอันเข้มข้นของกลุ่มแก๊ง สนับสนุนความเชื่อที่ว่า “ใช้ใจแลกใจ” นี่คือความรู้สึกนึกคิดอันเป็นปึกแผ่น ระหว่างกลุ่มเพื่อน ของวัยรุ่นบางกลุ่ม ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง จนกลายเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตประจำวัน ที่ยังไม่หลุดพ้นจากค่านิยมกินยาแก้ไอ นี้ ซึ่งหาซื้อได้ง่าย ทั่วไปตามร้านขายยา

ยาแก้ไอ5

เหมือนเป็นรหัสลับ ที่รู้กันดีระหว่างร้านขายยา กับวัยรุ่นที่จะเข้าไปซื้อ คือ เมื่อเข้าไปสั่งซื้อยาที่ใช้สำหรับผสมเครื่องดื่มยาแก้ไอ ร้านขายยาก็จะจัดยาให้เป็นชุด ซึ่งในหนึ่งชุดประกอบด้วย ยาน้ำ 1 ขวด และยาเม็ดจำนวนหนึ่ง โดยที่ผู้ซื้อไม่ต้องสั่งชื่อตัวยาทั้ง 2 ชนิด ไม่ต้องบอกอาการที่เจ็บป่วย และทางร้านขายยาก็ไม่ได้มีการซักถามถึงอาการที่จำเป็นต้องใช้ยาแต่อย่างใด

ยาแก้ไอ6

ลักษณะของความรู้สึกหลังเสพยาแก้ไอ อย่างเข้มข้น จะมีผลค่อนข้างชัดเจนต่อระดับความรู้สึก และความมั่นใจในการแสดงออกทางพฤติกรรม และทางด้านความรู้สึกนึกคิด ต่อสิ่งเร้าที่เข้ามากระตุ้น และมีอิทธิพลต่อบุคคลอื่นที่อยู่ในแก๊งด้วย !!

การชงยาแก้ไอ ก็คือ การนำยาแก้ไอเด็กซ์โต (dexto) ผสมกับโค้ก ครั้งละ 5-10 เม็ด หรือนำเด็กซ์โตกินผสมกับยาแก้แพ้ ยี่ห้อโปรโคดิว ซึ่งมีรสหวานคล้าย ๆ ยาแก้ไอ บรรจุขวดขนาด 100 ซีซี ราคา ประมาณ 80 บาท ซึ่งมีราคาถูกกว่ายาแก้ไอผสมโคเดอีน และ มีการใช้ยา 2 ตัวนี้ กินพร้อมกับยาโซแรม (xoram) หรือยาคลายเครียดด้วย จึงมีผลต่อความเชื่อที่ใช้ยาแก้ไอ ในเชิงความคิดสร้างสรรค์ของกลุ่มวัยรุ่นที่ต่างทราบถึงผลจากการใช้ยาประเภทนี้ดี และต้องการให้ความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้น นั่นคือ อาการเบลอ มึนงง ประสาทหลอน ไม่อยากหลับนอน เพลิดเพลินต่อจินตนาการซึ่งอยู่ร่วมกันในแก๊งเพื่อน

ยาแก้ไอ4

กลไกต่อการออกฤทธิ์ dextromethorphan เป็น dextro isomer สามารถลดอาการไอโดยออกฤทธิ์ที่ศูนย์ควบคุมการไอในสมองส่วนเมดุลลา (medulla) โดยเพิ่ม threshold ศูนย์ควบคุมการไอ (ออกฤทธิ์กระตุ้นที่ opiate s-receptors) แต่ไม่มีฤทธิ์อื่น ๆ ของอนุพันธ์ฝิ่น เช่น ระงับปวด กดการหายใจ และ ยาจะถูกดูดซึมจากทางเดินอาหารได้ดี ระยะเวลาที่เริ่มออกฤทธิ์ประมาณ 15-30 นาที และมีช่วงระยะการออกฤทธิ์นาน 5-6 ชั่วโมง

ยาแก้ไอ2

อันตรายจากการใช้ “ยาแก้ไอ” ในทางการแพทย์ โดยปกติ dextromethorphan เป็นยาที่ปลอดภัยในขนาดที่แพทย์แนะนำให้ใช้คือ 15-30 มก. แต่วัยรุ่นที่นำไปผสมดื่ม มักใช้ในปริมาณที่สูง โดยใช้มากกว่า 360 มก. ซึ่งจะทำให้เกิด อาการประสาทหลอน ยาจะมีฤทธิ์อยู่ประมาณ 6 ชม. ผู้ใช้ยาอาจทำอันตรายแก่ตนเองและผู้อื่นได้ เนื่องจากผลของยาที่ทำให้เกิดภาพหลอน ซึ่งถ้าร่างกาย ได้รับยา dextromethorphan เกินขนาด จะมีผลทำให้ คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ มึนงง กล้ามเนื้อทำงานไม่ประสานกัน พูดไม่ชัด ม่านตาขยาย เคลิบเคลิ้ม หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง ปัสสาวะไม่ออก ประสาทหลอน กระวนกระวาย สั่น ปวดศีรษะ เซลสมองถูกทำลายอย่างถาวร ชัก หมดสติ และอาจถึงแก่ชีวิตได้ ซึ่งล่าสุดมีวัยรุ่นไทย ต้องจบชีวิตลง เนื่องจากได้รับยาเกินขนาดจนล้มชัก หมดสติ และเสียชีวิตในที่สุด!!

ยาแก้ไอ1

โดยส่วนตัวดิฉันเอง ที่เคยได้มีโอกาสเข้าไปคลุกคลีและสัมผัสกับกลุ่มผู้ที่ใช้ยาแก้ไอ ดิฉันพบว่าบางคนเมื่อใช้แล้ว พวกเขาเกิดความกล้า ที่จะแสดงความคิดเห็นเชิงสร้างสรรค์ และกล้าท้าทาย ทั้งความคิดและพฤติกรรมการแสดงออก บางคนผู้ใช้ยาตัวนี้มี Life Style ออกแนวศิลปิน พวกเขาสามารถประดิดประดอย หรือสร้างงานศิลปะออกมาได้อย่างน่าสงสัย และดิฉันก็ยังคิดต่อไปว่า ความคิดหรือแรงบันดาลใจเหล่านี้ เกิดขึ้นกับผู้ที่ใช้ยาแก้ไอ พวกนี้จริง ๆ นะหรือ?! หรือว่าพวกเขาใช้มันเพื่อต่อเติม การสร้างจินตนาการ ของพวกเขาเท่านั้นเอง !!

รู้สึกยังไงกับบทความนี้
  • ไม่ไหวจะเคลียร์ (4)
  • บ้าไปแล้ว (2)
  • เฉย ๆ (1)
  • กร๊าก (1)
  • สุดยอด (2)
  • ฟินเว่อร์ (3)