สาว ๆ เคยสังเกตุ แฟนหนุ่ม ของคุณกันบ้างไหมคะ เคยสังเกตุไหมคะว่าหนุ่ม ๆ ส่วนมากนั้นจะมีนิสัยปากแข็งค่ะ ไม่ค่อยแสดงออกถึงความรู้สึกตัวเองให้ฝ่ายหญิงหรือคนรักได้รับรู้สักเท่าไหร่ว่าตัวเองกำลังคิดอะไร รู้สึกอย่างไร อย่างหัวเสีย ผิดหวัง เครียดอยู่ ด้วยสัญชาตญาณของความเป็นเพศที่ดูแข็งแรงกว่า ต้องมีความเป็นผู้นำมากกว่า ผู้ชายมักจะไม่ค่อยแสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็นค่ะ น้อยครั้งนักที่จะได้เห็นน้ำตาของลูกผู้ชาย จนกลายเป็นวลีที่ว่า “ลูกผู้ชาย ฆ่าได้ หยามไม่ได้ “

แล้วสาว ๆ เคยสับสนไหมคะ ว่าเจ้าอาการนิ่งๆของหนุ่มคนข้าง ๆ เนี่ย เมื่อไหร่กันนะที่เขากำลังรู้สึกไม่ดี รู้สึกโกรธ หรือรู้สึกผิดหวัง เขาอาจจะกำลังต้องการกำลังใจ แต่หนุ่ม ๆ อาจจะไม่เคยแสดงออกกับคุณตรง ๆ หรือพูดเอ่ยปากถึงความรู้สึกออกมาบ่อยนัก

วันนี้เรามีวิธีการสังเกตอาการของ แฟนหนุ่ม ของคุณกันค่ะ ถ้าหากเขากำลังมีอาการเหล่านี้อยู่ เราการันตีเลยค่ะ ว่าเขากำลังสับสนกับอะไรบางอย่าง หรือกำลังต้องการกำลังใจรัว ๆ เลยค่ะ

แฟนหนุ่ม ปากแข็งต้องการที่พึ่งพา

ได้เวลาเปิดใจ รับฟังเค้ามากขึ้นหรือยัง?

1.เมื่อเขาไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ

มันเป็นสถานการณ์ที่กระอ่วนกระอ่วนใจ เมื่อคุณปฎิเสธการกอดจากเขาและเขาเริ่มต้นดราม่าว่า ทำไมคุณถึงไม่ยอมให้เขากอด  นั่นแสดงถึงสิ่งที่เขาอยากจะสื่อโดยไม่พูดตรง ๆ ว่า เขาคิดถึงอ้อมกอดของคุณ และอยากให้คุณกอดเขาไว้ วิธีแก้คือ คุณเริ่มเปิดใจรับรู้ในสิ่งที่เขาต้องการ กอดเขาให้บ่อยขึ้น จะช่วยให้เขารู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย และช่วยให้ความสัมพันธ์แนบชิดกันมากขึ้นค่ะ

2.เมื่อเขาเริ่มรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับชีวิต

เหล่ามนุษย์ผู้ชายที่ต้องฝ่าพันกับงานประจำในออฟฟิศส่วนมาก มักจะรู้สึกทั้งเมื่อยเหนื่อยล้าในตอนเลิกงานจนกลับถึงบ้านค่ะ อาจจะด้วยหน้าที่การงาน ที่แม้จะนั่งอยู่ออฟฟิศเฉย ๆ แต่ปัญหางาน ก็เข้ามาไม่หยุดหย่อน อาจจะทำให้เขารู้สึกเครียด อาจจะด้วยปัญหาเรื่องงาน หรือปัญหาอื่น ๆ จากที่ทำงาน ที่กลายเป็นของฝากแถมกลับบ้านในตอนเย็น วิธีแก้คือการช่วยแบ่งเบาภาระต่าง ๆ เท่าที่พอจะทำได้ค่ะ หากคุณเป็นแม่บ้านอยู่ที่บ้าน คุณอาจจะช่วยเขาจัดเตรียมเสื้อผ้าไปทำงานในตอนเช้า เตรียมอาหารเช้าใส่กล่องเพื่อประหยัดเวลามากขึ้น พูดคุยแลกเปลี่ยนกันในเรื่องที่ทำงาน ที่แม้คุณจะจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่เขาอาจจะแค่อยากมีผู้ฟังที่ดีสักคนเท่านั้นก็เพียงพอแล้วค่ะ

3.เมื่อเขารู้สึกอยากให้ใครสักคนรักและภูมิใจในสิ่งที่เขาเป็น

เมื่อคุณเริ่มตำหนิ ติติงในสิ่งที่เขาทำมากเกินไป แม้มันจะไม่ได้ดูเลวร้าย หรือทำด้วยเจตนาดี แต่คุณอาจจะไม่ใช่คนแรกที่พูดกับเขาแบบนี้ในวันนั้น เขาอาจจะรู้สึกสูญเสียความเป็นตัวเองมากขึ้น เมื่อถูกคอมเม้นท์ด้วยเรื่องเดิม ๆ ซ้ำ ๆ คุณควรเริ่มจากการแสดงเจตนารมย์ของคุณว่าคุณไม่ได้หวังร้าย หรือต้องการมาตัดสินความเป็นตัวเขา คุณรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเขา และเริ่มจากการฟังในสิ่งที่เขาอยากจะพูด ก่อนจะเริ่มถามและคอมเม้นท์อะไรลงไป

แฟนหนุ่ม ปากแข็งต้องการที่พึ่งพา

4.เมื่อเขารู้สึกสะเทือนจิตใจจากเหตุการณ์แย่ ๆ ในวัยเด็ก

เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน บางครั้งก็เกิดขึ้นได้เสมอในช่วงชีวิตเราค่ะ บางเหตุการณ์ร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นในวัยเด็กบางสิ่ง เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมหรือหยุดมันได้ และมันอาจจะติดค้างอยู่ภายในจิตใต้สำนึกของเขาได้โดยไม่รู้ตัว และเมื่อเขาต้องพบเจอกับเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันกับวัยเด็ก ที่อาจสร้างความสะเทือนใจ เช่น กลัวการถูกทอดทิ้งจากพ่อแม่หย่าร้าง หรือการถูกพ่อแม่ทิ้งให้อยู่บ้านทั้งคืนคนเดียว อาจจะทำให้เขารู้สึกจิตตก หวาดกลัว แต่ไม่กล้าแสดงออกให้เราได้รับรู้ คุณจึงควรหมั่นสังเกต พูดคุย และให้เขาได้เปิดใจพูดในสิ่งที่เขากำลังประสบปัญหาอยู่ ให้เขาได้เล่าถึงประสบการณ์ที่เขาอาจจะไม่เคยเปิดเผยให้ใครรู้ จะช่วยให้เขาได้ผ่อนคลายและรู้สึกไว้ใจคุณมากขึ้นค่ะ

5.เมื่อเขาไม่รู้จะรับมือกับเรื่องบางเรื่องอย่างไร

หากเหตุการณ์ในอดีตของเขาอาจจะทำให้เขารู้สึกอึดอัด ซึ่งทำให้เค้าปิดตัวเองไม่กล้าเผชิญหน้ากับสิ่งนั้น ก็อาจจะมีผลทำให้การตัดสินใจในบางสถานการณ์นั้นดูยากเย็นขึ้นค่ะ คุณอาจจะมีส่วนร่วมในการช่วยเขาตัดสินใจอะไรบางอย่าง การได้พูดคุยปรึกษากันถึงปัญหา และหาข้อสรุปเพื่อแก้ไขปัญหานั้น คุณนี่แหละค่ะคือผู้ที่จะอยู่เคียงข้างและพาเขาข้ามผ่านปัญหานี้ไปด้วยกันในวันที่เขาไม่สามารถทำมันด้วยตัวคนเดียวได้

6.เมื่อเขาเริ่มรู้สึกจิตตกและหดหู่

ภาวะซึมเศร้านั้นเป็นเรื่องอันตรายใกล้ตัวค่ะ เมื่อเขาเริ่มรู้สึกไม่มีพลังในการใช้ชีวิตอีกต่อไป และเริ่มเกลียดตัวเองที่รู้สึกแบบนั้น ด้วยหน้าที่หัวหน้าครอบครัวเขาจึงรู้สึกว่าตัวเองต้องรับผิดชอบมากกว่า และต้องไม่ยอมแพ้ เพราะเขาไม่อยากให้ครอบครัวต้องรู้สึกผิดหวัง แต่นั่นอาจเป็นต้นเหตุของเหตุการณ์ที่อาจจะเลวร้ายมากขึ้นค่ะ การระดมความคิดกันภายในครอบครัว หาทางสายกลางให้เจอ จะช่วยให้เขาไม่ต้องรู้สึกแบกรับความรับผิดชอบเพียงตัวคนเดียว และช่วยให้อาการซึมเศร้านั้นสามารถลดลงและหายไปได้ค่ะ

7.เมื่อเขารู้สึกไม่เข้าใจหรือกำลังเข้าใจผิด

ศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย เป็นสิ่งที่เราต่างรู้ดีว่าเหล่าหนุ่ม ๆ นั้น ให้ความสำคัญมากมายขนาดไหนค่ะ เมื่อเขาเริ่มรู้สึกว่ากำลังถูกเหยียดหยามหรือกำลังถูกดูถูกโดยใครสักคนนึง เขาจะเริ่มรู้สึกแย่และเริ่มใส่อารมณ์มากขึ้น วิธีแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดคือการรับฟังค่ะ หลีกเลี่ยงการโต้เถียงที่อาจจะทำให้คุณและเขาต้องมีปัญหากัน ฟังให้มากกว่าพูด จะช่วยให้เขารู้สึกว่าคุณสามารถเข้าใจในสิ่งที่เขารู้สึก และคุณเห็นคุณค่าในตัวเขา

อย่าลืมหมั่นสังเกต เพื่อทำความเข้าใจหนุ่ม ๆ ข้างกายคุณเป็นประจำนะคะ ไม่ใช่เพียงแค่ความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนเท่านั้น ความเข้าอกเข้าใจกันก็จะทำให้ชีวิตรักของคุณและเค้าดำเนินไปอย่างราบรื่นไร้ดราม่าด้วยค่ะ ชีวิตนั้นแสนสั้น ใช้ให้คุ้มค่าดีกว่าเสี่ยเวลาให้ดราม่า…จริงไหมคะ?

รู้สึกยังไงกับบทความนี้
  • ไม่ไหวจะเคลียร์ (0)
  • บ้าไปแล้ว (0)
  • เฉย ๆ (0)
  • กร๊าก (0)
  • สุดยอด (0)
  • ฟินเว่อร์ (0)